23 ต.ค. นี้ เปิดให้เข้าสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 เป็นวันสุดท้าย

สำนักพระราชวัง แจ้งกำหนดให้วันที่ 23 ต.ค. 2560 เป็นวันสุดท้าย ที่จะเปิดให้ประชาชน ได้นำพวงมาลัยดอกไม้สด เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ได้ถึงเวลา 22.00 น.

สำหรับซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้นำดอกไม้มาแสดงความอาลัยและกราบไหว้ โดยเริ่มจัดทำขึ้น ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. และเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะ ตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นวันซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในวันที่ 15, 21 และ 22 ต.ค.

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ปชช. หลั่งไหลเข้าชมการซ้อมริ้วขบวน พระบรมราชอิสริยยศ

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) เปิดให้ประชาชนเข้าชมการซ้อมเสมือนจริงริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ที่ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และบริเวณพระบรมมหาราชวัง

ซึ่งการซ้อมในวันนี้ (21 ต.ค. 60) เป็นการซักซ้อมในสถานที่จริง โดยขั้นตอนและลำดับเวลาใช้เสมือนจริงในวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เพื่อกำหนดจุด และตำแหน่งของกำลังพล

ขณะที่ บรรยากาศตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมากทยอยเข้าร่วมชมการซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณท้องสนามหลวงอย่างเนืองเเน่น โดยตั้งแต่เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าพื้นที่ ตามจุดคัดกรอง ทั้ง 9 จุด ซึ่งมีการตรวจค้นตัว และตรวจบัตรประชาชนทุกคนที่เข้าร่วมชมพระราชพิธี

ส่วนทางการจราจรโดยรอบพื้นที่นั้น ทางตำรวจนครบาล ได้ปิดถนนชั้นใน 18 เส้นทาง อาทิ ถนนราชดำเนิน ถนนสนามไชย ถนนหลักเมือง ถนนกัลยาณไมตรี ถนนเจริญกรุง ถนนพระพิพิธ ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช ถนนพระจันทร์ ถนนพระยาเพชร ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนราชินี ถนนพระอาทิตย์ และซอยสราญรมย์ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 21 ต.ค.และในวันที่ 22 ต.ค. เวลา 15.00 น. จะมีการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ขบวนที่ 4,5 และ 6

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

สมพระเกียรติพระเมรุมาศในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้วเสร็จสมบูรณ์

วันนี้ (20 ต.ค.60) ที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ ภายหลังยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรและยกนั่งร้านออก ว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้ายของการจัดสร้างพระเมรุมาศ อาคารประกอบเมรุมาศ รวมถึงการบูรณะราชรถ ราชยานซึ่งถือว่าเสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการ

ส่วนในวันพรุ่งนี้ จะส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดให้กับฝ่ายตำรวจ โดยจะเหลือเพียงอธิบดีกรมศิลปากรและทีมช่างซ่อมที่จะตกแต่งรายละเอียดเล็กน้อยให้คงสภาพ พร้อมยืนยันว่าผลงานนี้สมบูรณ์ได้ด้วยคนทั้งประเทศเพื่อที่จะทำถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

โดยเมื่อช่วงเย็น ตนและคณะได้เดินทางไปดูการซ้อมการแสดงบัลเล่ต์เรื่องมโนราห์ที่จะจัดแสดงในเวทีที่ 3 ซึ่งถือว่า การแสดงมีความสวยงามไม่แพ้ชาวต่างชาติ เครื่องแต่งกายของผู้แสดงนั้นมีความงดงาม เช่นเดียวกับฉากของการแสดงที่จะนำสิ่งที่สื่อถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาประกอบไว้ เช่น ดอกดาวเรืองและโครงการพระราชดําริ รวมถึงได้มาดูการซ้อมการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งในวันนี้ได้ลงพื้นที่ซ้อมจริงเป็นครั้งที่ 2 โดยทุกคนต่างมีความ มุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ด้านการแสดงมหรสพจะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง ในการนำการแสดง มาจัดให้ประชาชนได้ชมเป็นตอนๆต่อไป

สำหรับพระเมรุมาศ รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ภายในพระเมรุมาศทุกอย่างจะยังคงสภาพไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนเพื่อให้ประชาชนได้เข้าชม นิทรรศการหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยจะเปิดตั้งแต่วันที่ 2-30 พ.ย. เวลา 07.00-22.00 น. หากในแต่ละวันมีประชาชนเดินทางเข้าชมนิทรรศการมากอาจมีการพิจารณาขยายระยะเวลาการปิดนิทรรศการ หลัง 22.00 น. ออกไป ทั้งนี้ในนามของรัฐบาล ขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ทำถวายพระองค์ท่านอย่างสมพระเกียรติ และในวันนี้ถือว่าเป็นวันที่จบภารกิจตลอด 9 เดือน ที่ได้ทำงานร่วมกัน

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

อุตุฯ เผยเหนือยังมีฝนหนัก ขณะภาคอื่นฝนลดน้อยลง กทม. ตก 40%

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนลดลง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ด้านตะวันตกของภาคเหนือ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ในระยะแรก ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนลดลง

สำหรับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกในระยะนี้

ขณะที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ศาลสั่งอุตสาหกรรมการบินชดใช้ 2,750,000 บาท ให้พ่อนายร้อยตำรวจโดดร่มไม่กาง

ศาลแพ่ง รัชดา นัดฟังคำพิพากษา ในคดีนายสาธร พุทธชัยยงค์ บิดาของนายชยากร นักเรียนนายร้อยตำรวจ กระโดดร่มไม่กาง เมื่อปี 2557 ยื่นฟ้อง บริษัท การบินไทย จำกัด จำเลยที่ 1 , บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด จำเลยที่ และเจ้าหน้าที่จัดซื้อสายสลิงกระตุกร่ม , เจ้าหน้าติดตั้งสายสลิง และซ่อมบำรุงรวม 10 ราย ให้ชดใช้เงิน ค่าเสียหาย จำนวน 40 ล้านบาท เป็นค่าจัดการศพ และค่าขาดไร้อุปการะ โดยคดียื่นฟ้องเมื่อปี 2559 ซึ่งวันนี้ นายสาธร และครอบครัวได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมทนายความ

ขณะที่ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า บริษัท อุตสาหกรรมการบิน ( จำกัดจำเลยที่ 2 ) และพนักงานซึ่งเป็นผู้จัดหาแหล่งซื้อสายสลิง (จำเลยที่ 9 ) ได้กระทำผิดละเมิดต่อนายสาธร โจทก์ ที่เป็นบิดาของนักเรียนนายร้อยตำรวจชยากรโดยนำสายสลิงกระตุกร่มที่ไม่ได้คุณภาพมาติดตั้งบนเครื่องบินจนทำให้เมื่อนายชยากรกระโดดร่มแล้วไม่สามารถกระตุกร่มหลักให้กลางจนตกลงมาเสียชีวิต

ศาลจึงพิพากษา ให้ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด จำเลยที่ 2 และพนักงาน จำเลยที่ 9 ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 2,750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้กับนายสาธรบิดาของนักเรียนนายร้อยตำรวจชยากร ผู้เสียชีวิต นับตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.2559 ซึ่งเป็นวันหลังจากวันฟ้องคดีนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ รวมทั้งให้ชำระค่าทนายความแทนโจทก์ด้วยอีก 10,000 บาท

ส่วน บริษัท การบินไทย จำเลยที่ 1 และพนักงานคนอื่น ที่ตกเป็น จำเลยที่ 3-8 และที่ 10 นั้นศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากเห็นว่าไม่ได้กระทำการอันเป็นการประมาทเลินเล่อจนทำให้นักเรียนนายร้อยตำรวจชยากรต้องเสียชีวิต

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

พ.ย.นี้ เริ่มจริงจัง! ห้ามสูบบุหรี่ ตามชายหาดทั่วไทย

รายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่เดือน พ.ย. 60 เป็นต้นไป ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 17 ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 เตรียมออกกฎห้ามสูบบุหรี่ ตามชายหาดทั่วทุกแห่งของประเทศไทย เพื่อลดปริมาณจำนวนขยะที่เกิดจากก้นบุหรี่ ซึ่งถือว่าเป็นอีกสิ่งที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีการตรวจพบมากที่สุดตามชายหาด

โดยมาตรการดังกล่าวนี้จะนำร่องปรับใช้กับ 20 หาดชื่อดังซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศ อาทิ หาดแม่พิมพ์, หาดแหลมสิงห์, หาดบางแสน, หาดชะอำ, หาดเขาตะเกียบ, หาดบ่อผุด (เกาะสมุย), หาดทรายรี, หาดป่าตอง, หาดเกาะไข่นอกและเกาะไข่ใน, หาดหัวหิน, หาดพัทยา, หาดจอมเทียน, หาดสมิหลา ฯลฯ ก่อนจะประกาศใช้กับทุกหาดทั่วประเทศในอนาคต

ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) เผยว่า มาตรการดังกล่าวไม่ใช่การห้ามสูบบุหรี่บนชายหาด แต่เป็นการจัดระเบียบให้สูบเป็นที่เป็นทาง ก่อนลงไปเดินชายหาด ไม่ใช่เดินไปสูบไปแบบนี้ไม่ได้ โดยมีโทษสูงสุดคือ จำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนการสูบบุหรี่บนเรือแล้วทิ้งลงในทะเลนั้น เรื่องนี้ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เตรียมหารือกับกรมเจ้าท่าเพื่อหามาตรการบังคับใช้ต่อไป

ขอบคุณที่มา : sport.mthai.com

สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา อ.ปากเกร็ด

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 16 ต.ค.60 ที่วัดสนานเหนือ และท่าเรือปากเกร็ด ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังมีการระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำทุกวัน โดยที่ด้านหน้าวัดสนามเหนือ ที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยามีน้ำล้นตลิ่งขึ้นมาสูงประมาณ 20 ซ.ม. ร้านค้าขายของที่ระลึกบางร้านต้องหยุดขายชั่วคราว ทางเทศบาลได้นำกระสอบทรายมาทำคันกั้นน้ำไม่ให้เข้าสู่พื้นที่วัดด้านใน รวมทั้งทำสะพานไม้ให้ประชาชนใช้สัญจรเพื่อเดินลงเรือข้ามฝาก

ที่ท่าเรือปากเกร็ดยังคงใช้สัญจรได้ปกติ แต่พบว่าบ้านเรือนริมแม่น้ำใกล้เคียงท่าเรือมีน้ำท่วมหลายหลังคาเรือง สูงประมาณ 30-50 ซม. ส่วนใหญ่เป็นบ้านที่อยู่นอกคันถนนซึ่งมีการสร้างยกสูงเป็นแนวกั้นน้ำไปในตัว สำหรับพื้นที่เทศบาลนครปากเกร็ดมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางแนวกระสอบทรายไว้ตามจุดเสี่ยงเกือบทุกจุด คาดว่าน้ำไม่สามารถเข้าท่วมพื้นที่ด้านในได้ ยกเว้นบ้านที่อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งบางพื้นที่มีการทำสะพานไม้ให้กับประชาชนได้ใช้สัญจรได้สะดวกขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีการเฝ้าระวังระดับน้ำอยู่ตลอดเวลา ในวันนี้ระดับน้ำอยู่ที่ 2.10 เมตร

ขอบคุณที่มา : sport.mthai.com

ตำรวจจับปรับแล้ว! 3 วินจักรยานยนต์รับจ้างพัทยา ทะเลาะชกต่อยกัน

จากกรณีที่มีคลิปวีดีโอคนขับรถจยย.รับจ้าง ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก่อเหตุชกต่อยกันโดยมีการแชร์ในโลกโซเชียล จนมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นในแง่ลบ ขณะที่คนขับรถวิน จยย.รับจ้างรายอื่นๆ วอนสังคมให้มองในแง่เป็นเรื่องส่วนตัวเท่านั้น โดยวินดัง กล่าวตั้งอยู่บริเวณฮอลลีวูด ซอย 13 ถนนพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ล่าสุด พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามผู้ที่ร่วมในการทะเลาะวิวาทเป็นคนขับรถจยย.ทั้ง 3 รายตามคลิป ประกอบด้วย นายณฐกร นามโคตร อายุ 47 ปี นายกรัณย์ภัทร ธนกรศรัณย์ อายุ 35 ปี และนายภาณุวิชย์ มาลีหวล อายุ 30 ปี ส่งดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน

โดยในเบื้องต้นดำเนินคดีกับ นายณฐกร และนายกรัณย์ภัทร ในข้อหาก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยทำการเปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุด 5,000 บาท ส่วนนายภาณุวิชย์ ที่เข้ามาช่วยนายกรัณย์ภัทร รุมทำร้ายนายณฐกร ทางเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งเจ้าทุกข์นายณฐกร ไม่ติดใจเจ้าหน้าที่จึงเปรียบเทียบปรับสูงสุด 10,000 บาท

ด้าน นายกรัณย์ภัทร เปิดเผยว่าสาเหตุมาจากไม่เข้าใจกัน โดยขณะนั้นนั่งดื่มเหล้ากับนายภาณุวิชย์ หลังเลิกขับรถรับจ้าง แต่นายณฐกร คนเจ็บยังวิ่งอยู่ จึงเข้าใจผิดนึกว่านายณฐกร ต่อว่าเลยมีปากเสียงจนมีการชกต่อยกันแบบในคลิปดังกล่าว
ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ชื่นชม หญิงสาวสวยน้ำใจงาม อาสาช่วยปฐมพยาบาลเด็กประสบอุบัติเหตุ

วันนี้ ขณะนี้ผู้คนบนโลกโซเชียล พากันโพสต์ข้อความชื่นชมเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง หลัง เฟซบุค “มูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา” ได้เผยแพร่คลิปวีดีโอ ความยาวประมาณ 1นาที ขณะสาวสวยคนนี้กำลังปฐมพยาบาล เด็กชายอายุประมาณ 10 ขวบ ด้วยความชำนาญ หลังเด็กชายที่โดยสารมากับรถจักรยานยนต์ ประสบอุบัติเหตุขับรถชนท้าย รถเก๋ง ของ หญิงสาวรายดังกล่าว ซึ่งหลังจากมีการโพสต์ดังกล่าวลงบนโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์คลิปดังกล่าวออกไปอย่างกว้างขวาง

มีรายงานว่า เหตุดังกล่าวเกิดบริเวณถนน เจ้าคุณ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ เมื่อเวลา ประมาณ บ่ายโมงครึ่งในวัน 11ต.ค. มีการระบุด้วยว่า หญิงคู่กรณีที่ปรากฏในคลิป ไม่สนใจรถเก๋งของตนเองที่ได้รับความเสียหาย โดยเด็กชายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่แขนซ้าย และ ในขณะนั้น เธอขออาสาขอลงมือประถมพยาบาลด้วยตนเองด้วยความเป็นห่วง พร้อมกล่าวว่า “รถซ่อมได้ คนสำคัญกว่า”

เรื่องราวดังกล่าว สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น เนื่องจากหญิงสาวในคลิป พยายามแสดงความรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ได้รับเสียงชื่นชมจากโลกออนไลน์อย่างมาก

ทั้งนี้ทั้งนั้น จากการสอบถามนายกฤษณ์กมล กังแฮ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุหญิงสาวรายนี้ ทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลกระบี่ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาจากแยกตลาดสดมหาราช เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เลี้ยวขวาเข้าไปในซอย แต่รถจักรยานยนต์คู่กรณี ได้ขับตามมาด้วยความเร็ว และพุ่งชนท้ายอย่างจังจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

เสี่ยร้านทองชกเฒ่าออสเตรเลีย ต่อหน้าเด็กนักเรียน หลังขับรถเฉี่ยวชนกัน

วันนี้ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา มีรายงานว่า นายสุเมธ เจ้าของร้านทองแห่งหนึ่ง ย่านตลาดวัดชัยมงคล กำลังยืนอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา บริเวณซอยกอไผ่ พัทยาใต้ ตรวจสอบจึงทราบว่า นายสุเมธ ได้ขอความช่วยเหลือเพราะชายชาวต่างชาติคู่กรณีพยายามทำร้าย หลังเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกัน โดยได้ขับรถหลบหนีเข้ามาภายในโรงเรียนละแวกนั้น

ทั้งนี้ นายสุเมธ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์ฮอนด้า บริโอ สีขาว ออกไปทำธุระ เมื่อมาถึงปากซอยกอไผ่ เห็นชายชาวต่างชาติขับรถยนต์นิสสัน เอ็นวี สีบรอนซ์ อยู่ข้างหน้าและเปิดไฟเลี้ยวขวา ตนจึงขับแซงซ้ายทำให้รถเบียดกันเล็กน้อย แต่แทนที่จะเจรจาพูดคุยกันดีๆ ปรากฏว่าชายต่างชาติได้ลดกระจกรถลงมา และตะโกนด่าทอ พร้อมกับแจกของลับให้ และท้าทายให้ลงมาจากรถ

เมื่อตนลงไปก็หันไปหยิบอาวุธมีดอีโต้ ยาวเกือบ 1 เมตร ออกมาไล่ฟันที่แขนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ตนจึงรีบวิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต จากนั้นชายชาวต่างชาติจึงหันมาใช้มีดฟ้นที่รถของตน จนกระจกหลังและกระจกประตูรถทั้งสองด้านแตกได้รับความเสียหาย ก่อนเดินไปขึ้นรถแล้วขับรถหลบหนี ตนจึงรีบวิ่งกลับไปที่รถและขับไล่ตาม จนเห็นรถของคู่กรณีขับเข้ามาในโรงเรียนอักษรศึกษา จึงโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยตามหาดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและนายสุเมธ ได้เดินตามหารถคู่กรณี กระทั่งพบว่าจอดอยู่ด้านใน สภาพกระจกหน้าแตก ส่วนเจ้าของรถทราบชื่อภายหลังคือ นายเจอราด อายุ 72 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ยืนรอรับบุตรอยู่ แต่ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบถามข้อมูลอยู่นั้น นายสุเมธกับภรรยาที่ตามมาดูเหตุการณ์ พร้อมกับอุ้มลูกน้อยได้เข้าไปคุยกับคู่กรณีเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน

ปรากฏว่าเหตุการณ์เริ่มบานปลายขึ้น เมื่อ นายสุเมธ เริ่มระงับอารมณ์ไม่อยู่ ก่อนจะปรี่เข้าชก นายเจอราด จนเลือดกำเดาไหลอาบ ล้มเกือบหมดสติ ท่ามกลางเด็กนักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองในโรงเรียน โดยที่บุตรสาวตัวน้อยของ นายเจอราด ก็เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว และวิ่งเข้ามาหาพ่อ ก่อนร้องไห้เพราะความตกใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องช่วยห้ามปราม ก่อนจะปฐมพยายามช่วยเหลือเบื้องต้น

หลังจากฟื้นคืนสติ นายเจอราด ได้ให้การโดยที่ลูกสาวช่วยแปลให้ ระบุว่าได้ขับรถเฉี่ยวชนกับนายสุเมธ แต่อีกฝ่ายได้ลงมาจากรถและหมายจะตรงเข้ามาทำร้าย ตนจึงหยิบมีดอีโต้ที่อยู่ในรถมาป้องกันตัว ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคู่กรณีแต่อย่างใด

เบื้องต้น ร.ต.อ.นครราช นนสีลาด รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา เจ้าของคดี ได้ให้ทั้งสองฝ่ายไปทำแผลที่โรงพยาบาลและขอใบรับรองแพทย์มาเป็นหลักฐาน โดยยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ กับทั้งสองฝ่าย เพราะคงต้องรอสอบปากคำพยานแวดล้อมและตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการทำสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาอีกครั้ง

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com