หวิดสลด! ปั๊มแก๊ส NGV ย่านปทุมฯระเบิดกลางดึก บาดเจ็บ 5ราย

ในที่เกิดเหตุเป็นปั้มแก๊สเอ็นจีวีขนาดตู้จ่ายแก๊สจำนวน 6 ตัว เกิดระเบิดทำให้ตัวโครงสร้างปั้มน้ำมันหลังคาฝ้าหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง โดยที่ตู้จ่ายแก๊สด้านในสุดพบรถยนต์บรรทุก6ล้อยี่ห้ออีซูซุสีขาวทะเบียน 70-2710พิษณุโลก ยังคงจอดคาอยู่ที่หัวจ่ายแก๊ส ข้างกันพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย นอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดเพราะถูกชิ้นส่วนรถยนต์และหลังคาปั้มกระเด็นใส่ หน่วยกู้ภัยเร่งลำเรียงคนเจ็บส่งร.พ.ปทุมธานี เพราะอยู่ใกล้เคียง ห่างกันบริเวณหน้าห้องสำนักงานพบรถแท็กซี่สาธารณะยี่ห้อโตโยต้ารุ่นลิโม่สีเขียวเหลืองทะเบียน มจ-7282กทม. ถูกแรงอัดและชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์กระเด็นถูกตัวรถและกระจกได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกันพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปด้านในและประสานเจ้าหน้าที่ส่วนของเกี่ยวของปั้มแก๊สเอ็นจีวีตัดระบบฉุกเฉินจากถังจ่าย

นายคัมภีร์ จิตต์กล่าง อายุ 34ปี ผู้ขับขี่รถยนต์แท็กซี่สาธารณะซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองเติมแก๊สเสร็จแล้วจึงมาจอดพักรถ โดยที่ช่องเติมมีรถบรรทุก 6 ล้อ อีก 1 คันเติมอยู่ ทันใดนั้นเองได้เกิดระเบิดดังขึ้น1 ครั้งเสียงดังสนั่นชิ้นส่วนปั้มและรถยนต์กระจัดกระจาย และกระเด็นมาถูกเพื่อนร่วมอาชีพที่ยืนคุยกันอยู่ที่หน้าห้องสำนักงานของปั้มจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำ ผู้จัดการของปั้มแก๊สเอ็นจีวีปตท. และพนักงานปั้มเพื่อหาสาเหตุเบื้องต้นรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

เผยภาพวงจรปิด รถเก๋งพุ่งชนมอเตอร์ไซค์นักศึกษา ในรั้ว ม. ดัง ก่อนซิ่งหนี

วันนี้ (5 ก.ย. 60) เวลา 15.00 น. มีการนำภาพจากกล้องวงจรปิดภายในรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีจันทบุรีไปโพสต์ในสื่อออนไลน์ โดยเป็นภาพรถเก๋งสีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย ด้วยความเร็ว ก่อนที่จะขับกินเลนเข้าหารถจักรยานยนต์ของนักศึกษา ที่ขี่สวนทางมาจนชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาคันแรก แต่ไม่ล้ม ก่อนที่จะขับมาชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาคันที่ 2 จนล้มคว่ำ ทำให้นักศึกษาได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

จากนั้นคนขับรถเก๋งได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการจอดรถลงมาดู ทำให้เพื่อนนักศึกษาที่เป็นเพื่อนนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บต้องมีการนำคลิปนี้มาลงในสื่อออนไลน์ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ และช่วยในการติดตามรถเก๋งคันนี้มารับผิดชอบกับความเสียหาย รวมทั้งเพื่อเป็นเบาะแสในการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามคนขับรถเก๋งมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ หลังจากที่เพื่อนนักศึกษาได้มีการโพสต์คลิปลงในสื่อออนไลน์ ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาก ว่าในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ควรที่จะขับรถเร็วเช่นนี้ หรือคนขับรถเก๋งเล่นโทรศัพท์เป็นเหตุทำให้ชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาล้มคว่ำ นอกจากนี้ บางคนก็บอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามคนขับรถเก๋งมาดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นต้น

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

นักวิจัย มช. ค้นพบเห็ดชนิดใหม่ของโลก บนยอดดอยสุเทพ

ที่ ห้องประชุมพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รศ.ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วย รศ.ดร.ธรณินทร์ ไชยเรืองศรี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ผศ.ดร.ชิดชล ผลารักษ์ หัวหน้าภาควิชาชีววิทยา ร่วมในพิธีแถลงเปิดตัวการค้นพบเห็ดทรัฟเฟิลขาวเทพสุคนธ์ ชนิดใหม่ของโลก โดยทีมนักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบ นำโดย ศ.ดร.สายสมร ลำยอง ดร.นครินทร์ สุวรรณราช และ ดร.จตุรงค์ คำหล้า คณะวิจัยแห่งห้องปฏิบัติการวิจัยการพัฒนาอย่างยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ทั้งนี้ ศ.ดร.สายสมร กล่าวว่า คณะวิจัยได้ค้นพบครั้งนี้มี 2 ชนิดที่เป็นเห็ดทรัฟเฟิล ชนิดใหม่ของโลก คือ เห็ดทรัฟเฟิล ที่ได้รับชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ว่า “เห็ดทรัฟเฟิลขาวเทพสุคนธ์” และอีกชนิดหนึ่งคือ Tuber lannaense ส่วนเห็ดทรัฟเฟิลอีกชนิดไม่ใช่เห็ดทรัฟเฟิลชนิดใหม่ของโลก แต่เป็นเห็ดทรัฟเฟิลชนิดที่แพงที่สุดในโลก นั่นคือ เห็ดทรัฟเฟิลขาวอิตาเลียน ที่มีราคาสูงถึง 160,000 บาทต่อกิโลกรัม ไม่เพียงแต่มูลค่าทางด้านเศรษฐกิจจะทําให้การค้นพบเห็ดทรัฟเฟิลในไทยเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น แต่การค้นพบในครั้งนี้เป็นการค้นพบที่ก่อให้เกิดแรงสะท้านไปทั้งวงการวิจัยเห็ดรา เพราะตามทฤษฎีแล้วจะสามารถพบเห็ดทรัฟเฟิลได้ตามประเทศเขตหนาวหรือเขตอบอุ่นเพียงเท่านั้น แต่ในครั้งนี้กลับพบในประเทศไทยที่เป็นเขตร้อนชื้น การค้นพบในครั้งนี้จึงถือเป็นการหักล้างทฤษฎีความเชื่อที่เคยมีมาทั้งหมดจนถึงขั้นทําให้ต้องปรับปรุงตําราเรียนกันใหม่ในเรื่องเห็ดราของโลก

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

หนุ่มใจดี! จัดโปรโมชั่นปลอบใจคอหวย นำสลากมาใช้ลดค่าอาหาร 50 %

วันนี้ (5 ก.ย. 60) มีรายงานว่า ที่ ร้าน แคนคูณ Coffee & Bistro ตั้งอยู่เลขที่ 577 หมู่ 27 บ้านโนนม่วง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ด้านหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเปิดเป็นร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม ยังคงมีลูกค้าทุกเพศและทุกวัย ทยอยกันมาขอรับบริการที่ร้านแห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากทางร้านได้ทำการติดป้ายโปรโมชั่น สำหรับการให้บริการในแต่ละวัน ซึ่งถือเป็นการปลอบใจผู้ที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้วไม่ถูกรางวัล โดยข้อความระบุว่า “โปรฯ หวยแดก ลด 50% วันที่ 1 และ 16 ทุกเดือน”

ทั้งนี้ นายชัยศักดิ์ ขันธจำนง อายุ 25 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า ที่ต้องรจัดโปรโมชั่นปลอบใจคอหวยแบบนี้ เป็นเพราะตั้งแต่เปิดร้านมา จะเห็นว่าทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน ตั้งแต่ช่วงเปิดร้าน คือเวลา 10.30 น. ถึงช่วงเย็น จะไม่ค่อยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่ร้าน ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุผลอะไร อาจเป็นเพราะเป็นวันที่ออกเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ทุกคนนั้นอาจจะกำลังลุ้นหวยอยู่ก็เป็นได้ จึงได้คิดกลยุทธการขาย เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าคอหวย โดยเฉพาะกับกลุ่มที่ผิดหวัง โดยให้ผู้ที่มีสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่ถูกรางวัล สามารถนำมาเป็นคูปองส่วนลดค่าอาหารไม่รวมน้ำดื่มทันที 50 % ต่อ 1 ใบเสร็จ และสามารถนำสลากฯที่ไม่ถูกรางวัลย้อนหลัง 3 เดือนมาแลกได้อีกด้วย

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ศาลพิพากษา คุก 6 เดือน พล.อ.อ. หมิ่น ‘มัลลิกา’

วันนี้(5 ก.ย.) เวลา 15.00 น. ที่ศาลอาญารัชดา ศาลพิพากษา พล.อ.อ.หรือนายยุทธพร ภู่ไพบูลย์ คดีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ 2560 มาตรา 14 (4) ฐานนำเข้าสือลามก ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ2หมื่น จำเลย รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเป็น 6 เดือน จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อนสมควรรอการลงอาญา จำเลยมีกำหนด 2 ปี

จากการที่นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ฟ้อง 3 คดี หลังจากขั้นการสืบพยาน ได้ดำเนินการเจรจาซึ่งพลอากาศเอกยุทธพร ยอมรับสารภาพต่อหน้าศาลในการกระทำความผิดดังกล่าว ซึ่งภายหลังได้ตรวจสอบแล้วว่าบุคคลตามภาพที่ส่งนั้นไม่ใช่ตัวนางมัลลิกาจึงขอโทษในคดีหมิ่นประมาทฯ ลงชื่อ พล.อ.อ.ยุทธพร ภู่ไพบูลย์ พร้อมทั้งได้มีการทำเอกสารเซ็นต์ชื่อกำกับ ก่อนจะมีการอ่านคำพิพากษาในคดีพรบ.คอมฯตามมา

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ทนายสงกานต์ พาเหยื่อเข้าแจ้งความ! หลังถูกหลอกให้แต่งงาน-เชิดสินสอด

ทนายสงกานต์ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวมีผู้หญิงรายหนึ่งมาใช้ชื่อ สร้อยเพชร พาลีวัลย์ มีการได้เข้ามาคุยกับเหยื่อทางเฟซบุ๊ก โดยลักษณะพฤติการณ์คือจีบกันจนถึงขั้นมีความสัมพันธ์กัน จากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าวจึงบอกพ่อแม่ขอสินสอดและให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ซึ่งตัวของเหยื่อแต่ละรายได้โอนเงินตามที่ผู้หญิงคนดังกล่าวอ้าง และบางราบได้มีการจัดงานแต่งงาน ซึ่งอยู่ได้เพียงไม่กี่วันก็หายไป กระทั่งได้มีการสอบถามทางเฟซบุ๊กหลายๆ คน จึงทราบว่าทุกคนโดนหลอกเหมือนกัน

ทั้งนี้ ต้องการหยุดยั้งพฤติกรรมผู้หญิงรายนี้กับพวกให้หยุดหลอกลวง ซึ่งล่าสุดมีเหยื่อที่ถูกหลอกมาแสดงตัวแล้ว 13 ราย โดยจะมีการแจ้งความในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น ประมวลอาญามาตรา 83 และมาตรา 342 (1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนเรื่องของบัญชีธนาคารที่เปิดในชื่อของ น.ส.สร้อยเพชร ต้องตรวจสอบว่า น.ส.สร้อยเพชรเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่

ด้านผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ได้เริ่มคุยกันผ่านทางเฟซบุ๊กได้ประมาณ 2 เดือน จึงตัดสินใจพูดคุยเรื่องการแต่งงานเนื่องจากพูดคุยกันถูกคอ โดยทางพ่อแม่ฝ่ายหญิงเรียกสินสอด 200,000 บาท แต่เนื่องด้วยตนเองต้องรอเงินเดือนและต้องเลื่อนงานแต่งออกไปจึงยังไม่ได้มีการแต่งงานเกิดขึ้น

สำหรับรายชื่อผู้ที่ถูกหลอกให้แต่งงานบางส่วน มีดังนี้

1.นายชาติ แต่งงานปี 2554
2.นายมนตรี สว่างกาล แต่งงานปี 2555 สินสอด 1 แสนบาท
3.นายประสาน เทียมแย้ม แต่งงานเดือน พ.ย.ปี 2558 เสียหาย 4 แสนบาท
4.นายอนุชิต ประมวล แต่งงานเดือนธ.ค. ปี2558 เสียหาย 5 แสนบาท
5.นายวิพล บัวสุวรรณ คบหากันแต่ไม่ได้แต่งงาน ถูกหลอกเอาค่าสินสอด 6 แสนบาท และโดนหลอกทำธุรกิจอีก 120,000 บาท
6.นายปรเมศร์ นะโส ตั้งสินสอดไว้ 2 แสน กับทองคำ 1 บาท
7.นายวิชิต หอมหวล แต่งงาน 5 พ.ค.2560 เสียหาย 4 แสนบาท
8.นายไพรัตน์ หลอกแต่งงาน เสียหาย 1 แสนแปดหมื่นบาท
9.นายพงษ์ธาริน สินธุนาคินทร์ เสียหาย 5 หมื่นบาท และไหวตัวทันก่อนแต่งงาน

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ชื่นชม! สไปเดอร์แมนขายพวงมาลัย โร่ช่วยคนถูกรถชน

ชาวเน็ตแห่ชื่นชมคลิปภาพสไปเดอร์แมน ขายพวงมาลัยสามแยกอำเภอท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่รีบวิ่งไปเข้าช่วยเหลือรถจักรยานยนต์ที่ถูกรถยนต์กระบะสีขาว พุ่งชนอย่างเต็มแรงจนร่างกระเด็นตกบนถนน บริเวณสามแยกท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ส่วนรถจักรยานยนต์ติดคาอยู่บริเวณหน้ารถยนต์คันที่ชน

ซึ่งคลิปภาพดังกล่าว เป็นภาพที่เพจของสถานีตำรวจภูธรท่ายาง จ.เพชรบุรี นำมาเผยแพร่เมื่อ เวลา 09.51 น.ของวันที่ 4 ก.ย. 2560 โดยภาพคลิปกล้องวงจรปิดดังกล่าว บันทึกภาพขณะเกิดเหตุการณ์เอาไว้ได้ ในขณะที่รถจักรยานยนต์ที่ขับขี่อยู่เลนซ้ายสุด แล้วเบี่ยงเลนไปทางขวา โดยขณะนั้นมีรถยนต์กระบะสีขาวขับมาด้วยความเร็วเนื่องจากเป็นสัญญาณไฟเขียว ทำให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์เต็มแรง จนคนขี่ร่างกระเด็นกระแทกพื้นนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนนได้รับบาดเจ็บ

สำหรับสไปเดอร์แมนที่เห็นในคลิปคือนายวสันต์ เกตุสุวรรณ หรือ มาร์ค พ่อค้าขายพวงมาลัย ที่เดิมมีอาชีพแสดงลิเกและผันตัวมาเป็นพ่อค้าขายพวงมาลัย และได้นำไอเดียวิธีการเรียกลูกค้าด้วยการสวมใส่ชุดต่าง ๆ ทั้งสไปเดอร์แมน ยอดมนุษย์ ชุดลิเก รวมทั้งชุดอื่นๆ อีกหลากหลายรูปแบบ ที่สร้างสีสันเรียกความสนใจให้กับผู้ที่ขับขี่รถผ่านบริเวณสามแยกไฟแดงได้พบเห็น โดยวันที่ประสบเหตุได้สวมใส่ชุดสไปเดอร์แมนและพบเหตุการณ์เข้าพอดี และวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ โดยหลังจากที่ทาง สถานีตำรวจภูธรท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ได้นำคลิปลงเฟสบุ๊กทำให้ชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมถึงน้ำใจและแชร์คลิปกันเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ป๋าแหง็ม แจ้งจับแท็กซี่กร่าง ขับรถปาดหน้าชักมีดขู่

นี่เป็นคลิปเหตุการณ์ที่รถแท็กซี่ (หมายเลขทะเบียน ทส 3806 กรุงเทพฯ) ขับปาดหน้ารถของ นายศักดินา รักษ์อุดมการณ์ วัย 54 ปี หรือ ป๋าแหง็ม ผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ เจ้าของวลีติดหู “ครับเจ้านาย” ก่อนที่คนขับแท็กซี่ จะถือมีดเล่มใหญ่ลงมาขู่กรรโชก ลักษณะหมายจะทำร้าย พร้อมเดินวนรอบรถ จากนั้นก็กลับขึ้นรถและขับออกไป โดยเหตุเกิดบนถนนรัชดาภิเษก มุ่งหน้าถนนวิภาวดีฯ ใกล้สี่แยกรัชโยธิน ช่วงเช้าตรู่วันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา

ขณะที่วานนี้ (4 ก.ย.60) นายศักดินา ได้นำคลิปดังกล่าว เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ให้ดำเนินคดีกับคนขับแท็กซี่ พร้อมเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองกำลังขับรถกลับบ้านตามปกติ ซึ่งมีจังหวะที่ต้องชะลอ และขับตามรถคันหน้าไปเรื่อยๆ แต่มีรถแท็กซี่ขับมาจอดขวางโดยไม่ทราบสาเหตุ กระทั่งเกิดเหตุตามที่เห็นในคลิป

ขณะที่ตำรวจตรวจพบว่า รถแท็กซี่ในคลิป เป็นของสหกรณ์แท็กซี่กาญจนาภิเษก โดยมีนายบุญสนอง บรรยงค์ อายุ 40 ปี เป็นคนขับในช่วงเกิดเหตุ จึงประสานให้นายสมศักดิ์ โสนะรินทร์ อายุ 57 ปี ผู้ดูแลคิวรถ พานายบุญสนอง มาพบตำรวจ

ต่อมา นายสมศักดิ์ ได้ขับรถแท็กซี่คันเกิดเหตุ มาพบเจ้าหน้าที่ พร้อมอ้างว่าได้นัดหมายนายบุญสนอง มาพบตำรวจแล้ว แต่เจ้าตัวนำรถมาจอดไว้ แล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ตัวเองจึงนำรถมาให้ตรวจสอบ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

เบื้องต้น ตำรวจได้สอบปากคำนายศักดินา และเจ้าของรถอย่างละเอียด พร้อมออกหมายเรียกนายบุญสนอง ให้มาพบ เพื่อแจ้งข้อหา พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ และทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญ ซึ่งหากไม่มา จะออกหมายจับ

นอกจากนี้ ในการสอบประวัติ ยังพบว่านายบุญสนอง เคยต้องโทษคดีเสพยาเสพติด พื้นที่ สน.ตลิ่งชัน ปี 2557 และคดีครอบครองยาเสพติด พื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ปี 2558 มาแล้ว

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ชาวไทยเชื้อสายจีน ไหว้บรรพบุรุษ เทศกาลสารทจีนปี 60

วันนี้(5 ก.ย. 60) ที่ ตลาดน้อย ย่านเจริญกรุง ชาวไทยเชื้อสายจีนได้ทำการไหว้บรรพบุรุษ ในช่วงเทศกาลสารทจีนของปี 60 บรรยากาศโดยทั่วไปไม่คึกคักเหมือนปีก่อนๆ เท่าที่ควร เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างต่อเนื่อง

ทีมผู้สื่อข่าว MThai ได้สอบถามชาวไทยเชื้อสายจีนย่านตลาดน้อยได้บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มีลดจำนวนเครื่องเซ่นไหว้บ้างเนื่องจากของบางอย่างราคาสูงกว่าเดิมด้วยปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้

อย่างไรก็ดี วันสารทจีน ถือเป็นช่วงเวลาที่ลูกหลานชาวจีน จะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ด้วยการเซ่นไหว้ ตำนานนี้กล่าวไว้ว่าวันสารทจีนเป็นวันที่เงี่ยมล้อเทียนจือ (ยมบาล) จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์และส่งวิญญาณร้ายลงนรกชาวจีนทั้งหลายรู้สึกสงสารวิญญาณร้าย จึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ดังนั้นเพื่อให้วิญญาณร้ายออกมารับกุศลผลบุญนี้จึงต้องมีการเปิดประตูนรกนั่นเองซึ่งวันสารทจีนในปี 2560 นี้ จะตรงกับปฏิทินไทยในวันอังคารที่ 5 กันยายน 2560

สำหรับการไหว้สารทจีนจะประกอบด้วยของไหว้ทั้งหมด 3 ชุด ดังนี้ชุดแรก สำหรับไหว้เจ้าที่ จะไหว้ในตอนเช้า มีอาหารคาว-หวาน ขนมไหว้ สารทจีน ก็ใช้ ถ้วยฟู กุยช่าย ซึ่งต้องมีสีแดงแต้มเป็นจุดเอาไว้ชุดที่สอง สำหรับไหว้บรรพบุรุษ จะคล้ายกับของไหว้เจ้าที่ แต่จะมีกับข้าวที่บรรพบุรุษชอบ

โดยตามธรรมเนียมแล้วจะต้องมีน้ำแกง หรือขนมน้ำใส ๆ วางข้างชามข้าวสวย และน้ำชา จัดชุดตามจำนวนของบรรพบุรุษชุดที่สาม สำหรับไหว้วิญญาณพเนจร ซึ่งไม่มีลูกหลานกราบไหว้ เรียกกันว่า “ไป๊ฮ้อเฮียตี๋” จะต้องไหว้นอกบ้าน ของไหว้ สารทจีน มีทั้งของคาว-หวานกับผลไม้ตามต้องการสิ่งสำคัญที่ใช้ในการไหว้วันสารทจีน คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน ผลไม้ และกระดาษเงิน-กระดาษทองแต่

ชาวไทยเชื้อสายจีน นิยมใช้อาหารคาว หวาน ผลไม้ เช่น ไก่,หมู,เป็ด,ไข่,หมึก และ ปลา ขนมเทียน ขนมมัดไต้ ขนมถ้วยฟู ขนมเปี๊ย หรือ ผลไม้ ต่างๆ เป็นต้นความหมายของเครื่องไหว้ไก่ ความสง่างาม ยศ และความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็ด สิ่งบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย ปลา เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์ หมู ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้ ปลาหมึก เหลือกิน เหลือใช้ (เหมือนปลา) บะหมี่ยาว หรือหมี่ซั่ว อายุยืนยาว
เม็ดบัว การมีบุตรชายจำนวนมาก ถั่วตัด แท่งเงิน สาหร่ายทะเลสีดำ

ด้านความมั่งคั่งร่ำรวย หน่อไม้ การอวยพรให้ร่ำรวยผาสุก ขนมเข่ง ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ขนมเข่งที่ใส่ในชะลอม หมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์ ขนมเทียน ความหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์ ขนมไข่คือ ความเจริญเติบโต

ขนมถ้วยฟู ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู ขนมสาลี่ รุ่งเรือง เฟื่องฟู ซาลาเปา หรือ หมั่นโถว คือ ไหว้เพื่อให้เปาไช้ แปลว่าห่อโชค กล้วย กวักโชคลาภเข้ามา และขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง แอปเปิ้ล ความสันติสุข สันติภาพ
สาลี่ โชคลาภมาถึง (ควรระวังไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ) ส้มสีทอง ความสวัสดีมหามงคล
องุ่น ความเพิ่มพูน

ทั้งนี้ ประเพณีสารทจีนนอกจากเป็นประเพณีที่ลูกหลาน จะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ยังเป็นประเพณีที่มีกุศโลบาย ในการสนับสนุนให้ทุกคนในครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างพร้อมหน้า

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

พ่อตั้งรางวัล 1 แสนบาท ให้ผู้แจ้งเบาะแส ผอ.อ้อย หายตัวลึกลับนาน 2 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณป่าข้างลำห้วยผึ้ง เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วยญาติพี่น้องและเจ้าหน้าที่ ตร.กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ ยังคงพากันลุยป่าติดตามค้นหาร่างของ ผอ.อ้อย

ซึ่งในวันนี้เป็นวันที่ครบรอบ 2 เดือนที่ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งนายวิทยา เกษแก้ว สามีของ ผอ.อ้อย และญาติพี่น้อง มั่นใจว่า บริเวณนี้จะต้องเป็นที่ซุกซ่อนตัวของ ผอ.อ้อย เนื่องจากมีชาวบ้านที่พากันมาหาดักหนูบริเวณพบว่า มีรถเก๋งคล้ายกับรถของ ผอ.อ้อย วิ่งมาจอดบริเวณนี้นานกว่า 3 ชม. และพบว่า มีชาย 4 คน แต่งกายชุดลายพรางเสื้อเปื้อนเลือดเดินออกมาจากป่าบริเวณนี้ ดังนั้น สามีและบรรดาญาติพี่น้อง จึงได้พากันมาตรวจค้นหาบริเวณนี้อย่างละเอียด แต่ว่าจากการตรวจค้นทั่วทั้งป่าก็ยังไม่พบเบาะแสร่องรอยของ ผอ.อ้อย แต่อย่างใด

นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า วันนี้ครบรอบ 2 เดือนแล้วที่ลูกสาวของตนหายตัวไป ตนและญาติพี่น้องออกค้นหาอ้อยลูกสาวของตนทุกวัน เดินป่ากว่า 10 กม. ไปที่ถึงผานางอิง เดินทะลุเข้าไปในเขตประเทศลาว ที่มีชาวลาวพบโครงกระดูกมนุษย์ เพื่อตามหาลูกสาว ยากลำบากเพียงใดตนก็ไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะยังไม่พบตัวตนก็ยังจะตามหาอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าจะพบตัว ตนอยากฝากไปถึงคนที่ทำกับลูกสาวของตนว่า บาปกรรมมีจริงและจะตามทันในเร็ว ๆ นี้

นายบุญเลิศ กล่าวต่อไปว่า ตนขอประกาศว่า หากผู้ใดสามารถแจ้งเบาะแสให้ตนทราบว่า ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนซุกซ่อนตัวอยู่ที่ใด และเมื่อผลการตรวจดีเอ็นเอ ออกมาแล้วยืนยันชัดเจนว่า เป็น ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนที่หายไปจริง ตนจะจ่ายเงินรางวัลให้ทันที 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) โดยผู้ที่ทราบเบาะแสให้โทรศัพท์แจ้งตนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080 – 796-4107 ได้ตลอดเวลา

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com