การศัลยกรรมเสริมความงาม

การศัลยกรรมเสริมความงาม หมายถึง การเปลี่ยนแปลงอวัยวะต่างของร่างกายเพื่อให้สมบูรณ์ แข็งแรง และให้ดูดีขึ้นด้วยกระบวนการผ่าตัด การปลูกถ่าย และการฉีดสาร บริเวณอวัยวะต่างๆ เช่น การผ่าตัดเสริมจมูก การปลูกถ่ายเส้นผม การฉีดสารเพื่อให้ผิวหน้ากระชับ เป็นต้น

การศัลยกรรมเสริมความงามประเภทต่างๆ ที่ได้รับความนิยม ได้แก่

การทำตาสองชั้น (Double eyelids) เป็นการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มผู้มีตาชั้นเดียวหรือมีชั้นตาน้อย ไม่มีรอยพับบนชั้นตาตั่งแต่กำเนิด เป็นการผ่าตัดเพื่อมีขนาดชั้นตามากขึ้น และมีรอยพับของชั้นตา อ่านเพิ่มเติม

การเสริมจมูก และลดจมูก (Rhinoplasty) เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกสำหรับผู้ที่มีกะโหลกศรีษะ และรูปร่างใบหน้ากว้าง สันจมูกไม่สูงหรือปลายจมูกน้อย เป็นการผ่าตัดโดยการเสริมให้สันจมูกหนา และสูงขึ้น รวมถึงปลายจมูกให้โด่งขึ้นด้วยการฝังซิลิโคนเข้าเสริม อ่านเพิ่มเติม

การผ่าตัดกราม เป็นการผ่าตัดสำหรับผู้ที่มีกรามบนใบหน้าใหญ่ เป็นเหลี่ยมไม่เรียวงามด้วยการผ่าตัดกระดูกกรามออกบางส่วนเพื่อให้ใบหน้ามีรูปทรงเรียวยาว


การเสริมหน้าอก (Breast augmentation) เป็นการผ่าตัดเพื่อเสริมขนาดของหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นด้วยการสอดใส่ถุงซิลิโคนหรือถุงน้ำเกลือเข้าที่ใต้กล้ามเนื้อผิวหนังบริเวณเต้านมตามขนาดของถุงเพื่อเสริมเต้านมให้ใหญ่ขึ้นตามต้องงการ

การฉีดโบท็อกซ์ (Botox injection) เป็นการเสริมความงามด้วยการฉีดสาร Botulinum toxin หรือ botox ซึ่งผลิตมาจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งชื่อ Clostridium Botulinum สารนี้เป็นสารพิษที่มีผลต่อระบบประสาททำให้กล้ามเนื้อมีอาการอัมพาตจึงมีความเป็นอันตรายมาก แพทย์นำมาใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อใบหน้า ปัจจุบันจึงมีการนำมาใช้ทางด้านการเสริมความงามเพื่อช่วยทำให้หน้าเต่งตึง ใบหน้ากระชับ ลดรอยเหี่ยวย่น รอยบุบ รอยตีนกาบนใบหน้า ทั้งนี้ ต้องทำด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

การฉีดคอลลาเจน (Collagen injection) เป็นการเสริมความงามด้วยการฉีดสารคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่มีองค์ประกอบของเนื้อเยื่อในร่างกาย และผิวหนัง ที่ได้จากการสกัดมาจากหนังหรือเนื้อเยื่อของวัว ใช้ฉีดเพื่อเสริมหรือทดแทนกล้ามเนื้อหรือใบหน้าที่มีรอยยุบ บุบหรือเสริมส่วนที่ต้องการให้นูนขึ้น เช่น ฉีดเพื่อให้ริมฝีปากแต่งตึง เป็นต้น

การฉีดไขมัน (Fat injection) เป็นการฉีดเซลล์ไขมันที่ได้จากเนื้อเยื่อของร่างกายตนเอง เพื่อเติมเต็ม และเสริมส่วนต่างๆของร่างกายให้ดูดี เมื่อปลูกเซลล์ใหม่ติดแล้ว เซลล์บริเวณนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ใกล้เคียงกับเซลล์เดิมตามธรรมชาติ

การดูดหรือการผ่าตัดไขมัน (Liposuction) เป็นวิธีการเสริมความงามด้วยการดูดไขมันหรือการผ่าตัดไขมันออกจากบริเวณที่มีการสะสมของไขมันมากเกินไปจนทำให้ดูไม่สวยงาม เช่น บริเวณต้นขา บริเวณหน้าท้อง ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวดูเล็กลง

การศัลยกรรม และการเสริมความงามในด้านอื่นๆ ได้แก่
– การผ่าตัดหนังตาตก หนังตาหย่อน
– การผ่าตัดถุงใต้ตา
– การผ่าตัดลดหรือเสริมคาง (Chin augmentation หรือ mentoplasty)
– การผ่าตัดเพิ่มโหนกแก้ม
– การผ่าตัดกระชับหน้าอก (Breast tightening หรือ mastopexy)
– การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก (Breast reduction หรือ mammaplasty)
– การผ่าตัดดึงตา (Eyelid tightening หรือ blepharoplasty)
– การผ่าตัดหู (Ear pinback หรือ otoplasty)
– การผ่าตัดยกกระชับหน้าผาก (Forehead lift)
– การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า (Face lift หรือ rhytidectomy)
– การปลูกผม (Hair transplantation)
– การปลูกเครา
– การผ่าตัดรักษาแผลเป็นหรือรอยตำหนิต่างๆ (Scar revision หรือ removal of common)
– การผ่าตัดยกกระชับต้นแขน (Arm lift หรือ brachioplast)
– การผ่าตัดไฟ ปาน

เอาแล้วจุ้ย! “เนย์มาร์” เปรยอาจโยกซบพรีเมียร์ลีก-พร้อมเอ่ยชื่อ 4 ทีมใหญ่

เนย์มาร์ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลน่า ออกมาให้สัมภาษณ์แบบมีนัยยะว่า อนาคตอาจจะพาตัวเองมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยมีอยู่ 4 ทีมที่เขาชื่นชอบในสไตล์การเล่น

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โคตรแข้งชาวบราซิล เคยตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้นจริงสักที แต่คราวนี้เจ้าตัวออกมาเปิดเผยเองเลยว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมาเล่นฟุตบอลที่อังกฤษ โดยมี แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูล ที่เขาชื่นชอบในรูปเกม

“พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นอีกหนึ่งรายการที่ทำให้ผมทึ่งได้เสมอ” เนย์มาร์ กล่าว

“ผมชอบในสไตล์การเล่นและก็ความเป็นทีมของพวกเขา ไม่มีใครรู้หรอกว่าสักวันหนึ่งผมอาจจะได้ย้ายไปอยู่ที่นั่นก็ได้”

“ส่วนตัวแล้วผมชอบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูล ทีมเหล่านี้มักจะแสดงให้เห็นอยู่เสมอว่ามีความมุ่งมั่นในการต่อสู้มากเพียงใด”

“ที่สำคัญ บรรดาโค้ชระดับโลกยังทำงานอยู่ในอังกฤษหลายคนด้วย เช่น โชเซ่ มูรินโญ่, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พวกเขาเป็นผู้จัดการทีมที่นักฟุตบอลทุกคนต้องการร่วมงานด้วย”

คลั่ง ! แมนฯยูไนเต็ด เตรียมทุ่มเงินกว่า 173 ล้านปอนด์ ลาก เนย์มาร์ เข้าโรงละคร

สื่อวงในเผยว่า ทีมดังจาก พรีเมียร์ลีก อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง ด้วยการซื้อตัว เนย์มาร์ แนวรุกทักษะเยี่ยม ชาวบราซิเลียน ของ ทีมต่างดาว บาร์เซโลน่า เป็นจำนวนเงินสูงถึง 173 ล้านปอนด์ด้วยกัน

โดยทางหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นประจำเมือง บาร์เซโลน่า ได้มีการพาดหัวข่าวถึงทีมหนึ่งจาก พรีเมียร์ลีก ที่สนใจและพร้อมจะเทเงินกว่า 173 ล้านปอนด์หรือประมาณ 200 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัวนักเตะชาว บราซิเลี่ยน ของทีม เจ้าบุญทุ่ม ไปร่วมทีมด้วย

ซึ่งหากดีลนี้เกิดขึ้นจริง เงินจำนวนนั้นจะทำลายสถิติเก่าของ พอล ป็อกบา จากการที่เขาออกจาก ม้าลาย ยูเวนตุส มายัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อยู่ที่ 100 ล้านยูโรทันที

และยังมีการคาดการณ์กันว่า เนยมาร์ ดาวยิงชาวแซมบ้า จะกลายเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก อีกด้วย โดยจะอยู่ที่ประมาณ 415,000 ปอนด์ต่อวีก ถือเป็นจำนวนเงินที่มหาศาลจริงๆ

มีงี้ด้วย? “เจ็ทโด้” ยืนกราน “ห้าม” ทีมเซ็น 3 แข้งต่อไปนี้เข้ารังเด็ดขาด!

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แนวรุกความเร็วสูงของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ได้เผยผ่านสื่อชื่อดังแดนกระทิงดุอย่าง “ดิอาริโอ โกล” ว่า เขาไม่ต้องการให้ 3 นักเตะมาอยู่ร่วมทีมกับเขาเด็ดขาด

ก่อนหน้ากุนซือคนเก่งอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ได้กำลังมองหานักเตะหน้าใหม่มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ โดยมี ฟลอเรนติโน เปเรซ เห็นดีเห็นงามกับไอเดียของกุนซือ อดีตตำนานทีมชาติฝรั่งเศสด้วย

หลังจากที่ โรนัลโด้ ได้ยินข่าวการเสริมทัพของ ซีดาน ก็ได้ออกมาเผยกับสื่อถึงเรื่องดังกล่าวว่า ทีมของตนจะเลือกเซ็นใครเข้าทีมมาก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ 3 คนนี้ ได้แก่ เอเด็น อาซาร์ ของ เชลซี, อองตวน กรีซมันน์ ของ แอตเลติโก มาดริด และ มาร์โก แวร์รัตติ ของ เปแอสเช

ซึ่งความต้องการของ “เจ็ทโด้” นั้น ช่างขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหลือเกิน เพราะราชันชุดขาวมีข่าวกับจอมลากเลื้อยของ เชลซี อย่าง อาซาร์ ไม่เว้นวัน ซึ่งไม่รู้ว่าหาก มาดริด เกิดคว้าตัว อาซาร์ เข้าทีมมาจริงๆ อนาคตของโรนัลโด้จะเป็นอย่างไรในถิ่นเบอร์นาบิว

โดยอีกหนึ่งสาเหตุนั้นเชื่อกันว่า โรนัลโด้ เองไม่ต้องการที่จะให้ทั้ง 3 คนดังกล่าวเข้ามามีส่วนร่วมกับความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นกับทีม รวมถึงอาจจะต้องการรักษาสถานะของเขากับแฟนคลับที่อยู่ในสเปนให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

ส่องเส้นทางคัดบอลโลกโซนเอเชีย ใครร่วง(พร้อมเรา), ใครจะลิ่วลุยรัสเซีย?!

ผ่านไปแล้วเรียบร้อย 7 นัด สำหรับกลุ่มเอและบี ของรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย

อย่างที่ทราบกันว่า ทีมชาติไทย ของเราตกรอบแบบ 100% แน่นอนแล้ว หลังจากเมื่อวานนี้บุกไปพ่าย ทีมชาติญี่ปุ่น ถึงไซตามะ สเตเดี้ยม 0-4 มีเพียงแต้มเดียวเหมือนเดิม

ทำให้สถานการณ์ล่าสุดในกลุ่มบี “เรา” และทีมชาติอิรัก กอดคอกันตกรอบแบบชอกช้ำ หลังเมื่อวานนี้ฝ่ายหลังบุกไปพ่าย ทีมชาติซาอุดิอาะเบีย 0-1 ทำให้มี 4 คะแนน แม้เก็บชัยรวดในอีก 3 เกมที่เหลือก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นอันดับ 3 ของกลุ่มไปลุ้นเพลย์ออฟ เพราะเฮดทูเฮดเป็นรองทีมชาติออสเตรเลีย (บุกไปแพ้ 0-2 กลับมาเสมอในบ้าน 1-1)

ว่าแล้วก็ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ ส่องเส้นทาง ณ ปัจจุบันของทั้ง 2 กลุ่มให้แฟนบอลได้ลุ้นตามครับว่า สุดท้ายตั๋ว 4.5 ใบของโซนเอเชีย ใครจะได้ลุยรัสเซียในปีหน้า?

(หมายเหตุ แชมป์กลุ่มและรองแชมป์กลุ่มเข้ารอบอัตโนมัติ อันดับ 3 มาเจอกันเหย้า-เยือน ผู้ชนะไปเพลย์ออฟเหย้า-เยือนอีกทีกับทีมอันดับ 4 โซนคอนคาเคฟ เพื่อตั๋วใบสุดท้าย)

สลด เด็กหญิงวัย 12 ถูกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ข่มขืน ทั้งที่มีศักดิ์เป็นหลาน

4

แม่สุดทนจูงลูกสาววัย 12 และ 3 ขวบ แจ้งความถูกลุงเขย ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ ผอ. ข่มขืนในบ้านพักข้าราชการหลายครั้ง แถมยังถูกขู่ฆ่า

ที่ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้ปกครองพาบุตรสาววัย 12 ปี และ 3 ขวบ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ว่าถูกลุงเขยซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ระดับผู้อำนวยการของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง ข่มขืนทำอนาจารหลายครั้งระหว่างที่ไปพักอาศัยที่บ้านพักในหน่วยงานราชการ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เบื้องต้นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียก ร.ต.ท.หญิงกมลณัฐ บุบผศิริ พนักงานสอบสวนสิทธิเด็กและสตรี มารับเรื่องราวร้องทุกข์และสอบปากคำแม่รวมทั้งลูกสาวทั้งสองคน จากการสอบสวนแม่ของเด็ก ให้การว่า เมื่อ 4 เดือนก่อน พี่สาวและข้าราชการรายนี้ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงเขย ได้มาขอรับลูกสาวทั้งสองไปเลี้ยงดู อ้างว่าจะติวเข้มเรื่องการเรียนและจะฝากให้เข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐชื่อดังให้ ด้วยความต้องการให้ลูกสาวมีอนาคตที่ดีตนจึงยินยอม
ส่งลูกสาวไปอยู่ด้วย

แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาลูกสาวคนโตมาบ่นให้ฟังว่า ประจำเดือนขาดมาหลายเดือนแล้ว และ ตนก็สังเกตเห็นลูกมีอาการผิดปกติ จากเด็กร่าเริงกลายเป็นไม่พูดไม่จาจึงพยายามคาดคั้น จนลูกสาวยอมบอกว่าถูกลุงเขยทำอนาจารหลายครั้ง และ ยังพูดจาข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร หากใครรู้ก็จะฆ่าให้ตาย เมื่อทราบเรื่องจึงสอบถามลูกสาวคนเล็กอีกคน เพราะเคยส่งไปอยู่กับพี่สาวบ่อยครั้งเช่นกัน ก็ถึงกับอึ้งเพราะลูกสาวคนเล็กเล่าให้ฟังว่าเวลาไม่มีคนอยู่บ้าน ลุงชอบพาไปอาบน้ำ ตนจึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงรายนี้

หลังรับแจ้งตำรวจเตรียมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำตัวเด็กไปตรวจร่างกายและสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ระบุว่า เมื่อรวบรวมพยายานหลักฐานครบถ้วน จะออกหมายเรียกข้าราชการรายนี้มาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

 

7 วิธีแก้ข้อศอกดำ เคล็ดลับดี ๆ เพื่อข้อศอกขาวเนียนน่าสัมผัส

3

วิธีแก้ข้อศอกดำ รวมสารพัดวิธีง่าย ๆ มาเปลี่ยนข้อศอกดำ-ด้านให้ขาวเนียนน่าสัมผัสกันเถอะ

ข้อศอก ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิง ที่จะมัดใจหนุ่ม ๆ ให้หลงใหลในความขาวเนียนนุ่มและอยากจะสัมผัสอยู่ใกล้ตลอดเวลา ดังนั้นคงจะไม่มีสาว ๆ คนไหนอยากจะให้ข้อศอกของตัวเองดำ-ด้านให้หนุ่ม ๆ เห็นหรอกจริงไหมคะ ? เพราะถ้าขืนเป็นอย่างนั้นมีหวังหนุ่ม ๆ คงหนีห่างกันเป็นแถว ๆ แน่นอน และถ้าไม่อยากให้เสน่ห์ของคุณต้องดับลงแล้วละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมมีสารพัดวิธีแก้ข้อศอกดำแบบง่าย ๆ มาบอกต่อกันแล้วค่ะ สำหรับคุณสาว ๆ คนไหนที่กำลังมีปัญหาข้อศอกดำ-ข้อศอกด้านกันอยู่ รีบมาดูเคล็ดลับจัดการกับปัญหาเหล่านี้กันเลย…
1. ขัดด้วยน้ำมะนาว หรือมะขามเปียก

เนื่องจากน้ำมะนาว และมะขามเปียก มี AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และจะช่วยเผยผิวใหม่ให้มีความขาวเนียนและกระจ่างใสได้มากขึ้น ดังนั้นการนำน้ำมะนาว หรือมะขามเปียกมาขัดข้อศอกเป็นประจำจะช่วยทำให้ข้อศอกของคุณขาวขึ้นได้ ซึ่งวิธีทำก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำมะนาวสดที่ผ่าครึ่งแล้ว หรือมะขามเปียกผสมน้ำพอให้ได้เนื้อข้น ๆ นำมาขัดที่บริเวณข้อศอก ขัดเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด วิธีนี้สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ข้อศอกของคุณจะขาวขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความหยาบกร้านได้ดีอีกด้วย
2. สครับด้วยเกลือ
นำเกลือป่น มาผสมกับเบบี้ออยล์ คนให้เข้ากันพอให้เกลือยังไม่ละลาย จากนั้นให้นำมาขัดเบา ๆ ที่บริเวณข้อศอก พักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ตามด้วยการทาโลชั่นบำรุงทันที วิธีนี้หากทำเป็นประจำจะทำให้ข้อศอกขาวเนียนกระจ่างใส และออยล์ยังจะช่วยบำรุงให้ผิวบริเวณข้อศอกชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้านอีกด้วย
3. สครับด้วยน้ำตาลทรายแดง
นำน้ำตาลทรายแดง มาผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย คนให้เข้ากันพอให้น้ำตาลยังไม่ละลายมาก จากนั้นให้นำมาขัดวนเบา ๆ บริเวณข้อศอก เสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำบ่อย ๆ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง น้ำตาลจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวกระจ่างใส และน้ำผึ้งจะทำให้ผิวเนียนนุ่มมากขึ้น
4. ขัดด้วยน้ำส้มสายชู

นำน้ำส้มสายชูมาผสมกับโยเกิร์ตในอัตราส่วนที่เท่ากัน จากนั้นให้นำมาขัดและพอกบริเวณข้อศอกทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกให้สะอาด และทาโลชั่นบำรุง กรดของน้ำส้มสายชูจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ข้อศอกขาวกระจ่างใส และโยเกิร์ตจะช่วยบำรุงให้ข้อศอกเนียนนุ่มขึ้นได้ค่ะ
5. หมั่นนวดข้อศอกด้วยน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวมีวิตามินอีที่สามารถช่วยลดความดำและป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้านได้ดีค่ะสาว ๆ ดังนั้นแนะนำให้นำน้ำมันมะพร้าวมานวดบริเวณข้อศอกเป็นประจำทุกวัน จะช่วยทำให้ข้อศอกเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน อีกทั้งยังป้องกันข้อศอกดำด้านได้ดีอีกด้วย
6. ทาโลชั่นบำรุงข้อศอกอย่างสม่ำเสมอ
การทาโลชั่นที่ข้อศอกจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส และไม่แห้งกร้าน ดังนั้นทุกวันเช้า-เย็นหลังอาบน้ำเสร็จ สาว ๆ จึงควรทาโลชั่นบำรุงผิวที่บริเวณข้อศอกเป็นประจำ นอกจากนี้ก่อนออกจากบ้านการทาครีมกันแดดที่บริเวณข้อศอกก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน เพราะผิวบริเวณข้อศอกนั้นจะไวต่อแสงแดดและคล้ำง่ายมาก ดังนั้นสาว ๆ จึงไม่ควรละเลยที่จะทาครีมกันแดดส่วนนี้ด้วยนะคะ
7. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ข้อศอกเกิดการเสียดสี
การเสียดสีหรือแรงกดทับบริเวณข้อศอก ถือเป็นสาเหตุหนึ่งของการทำให้ข้อศอกดำและข้อศอกด้าน ดังนั้นสาว ๆ จึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เช่น ไม่ควรเท้าข้อศอกบนโต๊ะ ไม่ควรยืนพิงข้อศอก หรือทำพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ข้อศอกเกิดการกดทับหรือเสียดสี ซึ่งทางแก้ก็คือควรหาหมอนบาง ๆ หรือเบาะนุ่ม ๆ มารองเอาไว้จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ

เอ้า ! ทีนี้ก็ได้เวลาเอาเคล็ดลับดี ๆ เหล่านี้ไปเนรมิตข้อศอกของคุณให้กลับมาขาวเนียนอีกครั้งกันแล้วล่ะค่ะ รับรองหนุ่ม ๆ ข้างกายจะต้องหลงใหลอยากจะขอสัมผัสทั้งวันแน่นอน อิอิ

งดงามตระการตา สุริยุปราคาวงแหวน เหนือฟ้าอเมริกาใต้

2

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริเวณซีกโลกตอนใต้ต่างตื่นตากับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ “สุริยุปราคาวงแหวน” ที่พาดผ่านแถบทวีปแอฟริกาตอนกลาง-ใต้ มหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ และทวีปอเมริกาใต้ กลายเป็นภาพที่สวยงามที่ผู้คนนับล้านได้มองเห็น

ตามรายงานระบุว่า สุริยุปราคาวงแหวน หรือ วงแหวนไฟ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากเงาของดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์ และอยู่ในระยะที่เหมาะสมที่ทำให้เกิดการบดบังแบบไม่เต็มดวง ปรากฏการณ์เริ่มขึ้นเวลาราวๆ 19.10 น. ไปจนถึงเวลา 00.35 น. ของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย โดยสามารถมองเห็นชัดเจนในหลายประเทศ เช่น บราซิล, ชิลี หรือ อาร์เจนตินา เป็นต้น

สำหรับในครั้งต่อไปจะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน ในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ที่จะถึงนี้ โดยจะสามารถมองเห็นปรากฏการณ์ครั้งดังกล่าวได้ในหลายพื้นที่ในทวีปยุโรป, แอฟริกา, ออสเตรเลีย, เอเชีย รวมทั้งประเทศไทยด้วย

พชร์ อานนท์ บอก 4 ข้อที่ตัดขาด “เทพพิทักษ์” ล่าสุดให้โอกาสอีกรอบ

1

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีประเด็นดราม่าข้ามปี ระหว่างผู้กำกับร้อยล้าน “พชร์ อานนท์” กับดาราเน็ตไอดอล “เทพพิทักษ์” ถึงขั้นประกาศตัดหางปล่อยวัด ไม่อาจจะป้อนงานหรือร่วมทำงานกันอีก จนทำให้อีกฝ่ายถึงขั้นงานหดหาย ไม่มีใครจ้างงาน หายหน้าไปจากวงการพักหนึ่งเลยทีเดียว

แต่ล่าสุด พชร์ อานนท์ ได้ออกมาโพสต์ถึงสาเหตุของประเด็นเกี่ยวกับ เทพพิทักษ์ ที่ยังคาราคาซังอยู่ให้สังคมได้ทราบ เป็นปัญหาที่ใครๆ อาจจะอยากได้คำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยเจ้าตัวได้โพสต์คำคม “เกิดเป็นคนก็ต้องดิ้นรนกันไป อะไรช่วยได้ก็ช่วย ไม่รู้ว่าวันหนึ่งเราจะจากโลกนี้ไป มีโอกาสก็ทำความดีกันนะ เพราะเชื่อและอยากให้ทุกคนเชื่อเสมอว่า ความดีไม่มีวันตาย”

ผู้กำกับคนดังยังชี้แจงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง เทพพิทักษ์ มีหลักๆ แค่ 4 ข้อ คือ 1. อาการติดสาวแบบโงหัวไม่ขึ้น แล้วกระทบกับหน้าที่การงาน รับงานแล้วเบี้ยงคิวงาน 2. ดื่มเหล้าทุกวัน ตื่นสายตลอดทุกครั้งที่เมา แล้วยังทำกร่างไปทั่ว

3. นิสัยโกหกและถูกจับได้อยู่หลายครั้ง และ 4. เงินที่เขาหาได้จากการทำงาน ที่คอยป้อนงานให้ได้เงินเป็นล้านๆ ไม่ยอมเก็บเอาไว้ ใช้จนหมดตัว สุดท้ายต้องกลับไปขับรถตู้ที่สนามบิน

พชร์ อานนท์ ยังบอกอีกว่า ทุกอย่างผิดคือผิด แต่ก็อดสงสารไม่ได้ การให้อภัยคือแก้แค้นที่ดีที่สุด แต่ต้องดูพฤติกรรมกันอีกครั้ง ครั้งนี้อาจจะให้เขาพิสูจน์ตัวเองว่าจะดีขึ้นหรือไม่ ยืนยันว่าปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะคนคนเดียวกันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เทพพิทักษ์ ก็ได้รับโอกาสอีกครั้ง ให้มาร่วมเล่นหนังเรื่องล่าสุดของพชร์ อานนท์ เรื่อง “กัดกระชากเกรียน” ที่กำลังจะเข้าฉายช่วงวันสงกรานต์นี้

พระองค์ภาฯ ทรงร่วมการแข่งวิ่งมาราธอน 42 กม. เป็นการส่วนพระองค์

9

10

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ทรงร่วมการแข่งขันวิ่ง รายการ “สสส. จอมบึงมาราธอน” โดยทรงใช้พระวิริยะอุตสาหะ ฝึกฝน ฝึกซ้อม เป็นเวลาข้ามปี

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงโปรดการวิ่งมาราธอนเป็นการส่วนพระองค์ เช่นเดียวกับรายการล่าสุด โดยเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2560 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ร่วมลงแข่งขันในรายการ “สสส. จอมบึงมาราธอน” ครั้งที่ 32 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี
ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ร่วมวิ่งประเภท “เต็มมาราธอน” 42.195 กิโลเมตร หลังจาก ครั้งที่ 31 เมื่อปี 2559 พระองค์ทรงทำสถิติได้เวลา 2 ชั่วโมง 4 นาที 38 วินาที โดยทรงใช้พระวิริยอุตสาหะ ฝึกฝน ฝึกซ้อม และร่วมลงแข่งขันในงานวิ่งทั้งเล็กและใหญ่อย่างต่อเนื่องหลายรายการ มาเป็นเวลาข้ามปี จนพระองค์ทรงคว้าเหรียญทองมาได้