อุตุฯ เผย ไทยตอนบนมีฝนลดลง เตือน! ช่วง 25-27 ส.ค. เริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ลักษณะอากาศทั่วไปประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่บริเวณทางตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนมากกว่าภาคอื่น ๆ ส่วนบริเวณทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ในช่วงวันที่ 25-27 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ข้อควรระวังขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่ไว้ด้วย

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ครอบครัว ‘ผอ.อ้อย’ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม หวั่นคดีไม่คืบ

วันนี้ (21 ส.ค. 60) ที่ กระทรวงยุติธรรม นางสาวหมายปอง อุ่นอ่อน พี่สาว ผอ.อ้อย เผยว่า เดินทางมาที่นี่เพื่อขอความยุติธรรม เพราะเชื่อว่ายังไม่ได้รับความยุติธรรม และคดีนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งบริเวณบ้านจุดที่เกิดเหตุนั้นเป็นเขตควบคุมของทหาร อยู่ตามแนวชายแดน เป็นจุดเสี่ยงภัย เกรงว่าจะมีอันตราย ทั้งนี้ยังเชื่ออีกว่าในทางคดีความน่าจะมีบุคคลที่เป็นพลเรือนเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะ ขณะนี้ทราบข้อมูลว่ามีการปลอมแปลงเอกสารการซื้อขายรถยนต์ด้วย

ขณะที่ นายบัวกัน อุ่นอ่อน อาของน้อง ผอ.อ้อย ระบุว่า นอกจากหลักฐานการโอนเงินที่มีการโอนจากบัญชีหลายครั้งแล้ว ก็ยังพบหลักฐานการโอนรถยนต์ที่ยังไม่ระบุผู้รับ ก่อนที่จะพบว่า รถของ ผอ.อ้อย ไปที่อู่รถยนต์แห่งหนึ่งที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ทางตำรวจพยายามหาว่า ผู้ครอบครองรถเกี่ยวกับการหายตัวไปของผอ.อ้อย หรือไม่

ด้าน พันตำรวจเอกดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า ขณะนี้ได้รับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะส่งเรื่องต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรงส่งผลกระทบต่อศีลธรรมอันดี และตรวจสอบในประเด็นที่ญาติสงสัย และหากคดีนี้เกี่ยวข้องกับ องค์กร หน่วยงาน เครือข่ายอาชญากรรม ตำรวจ หรือ ทหาร ก็อาจจะมีการพิจารณาเป็นคดีพิเศษ

ทั้งนี้ พันตำรวจเอกดุษฎี ยังระบุว่า คดีนี้จากการติดตามข่าวเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ซึ่งทางญาติอาจร้อนใจและอยากให้คดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงคิดว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่ก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากตำรวจมีการตรวจสอบพบสัญญาณโทรศัพท์ของ ผอ.อ้อย ก่อนหายตัวไป ซึ่งจุดสุดท้ายที่พบสัญญาณโทรศัพท์คือที่ ค่ายทหาร ฉก.บ้านน้ำยืน ซึ่งเป็นเส้นทางเขตชายแดนไทย-ลาว จ.ศรีสะเกษ

ขอบคุณที่มาก : news.mthai.com

‘ศรีวราห์’ จ่อลงพื้นที่ติดตาม คดีโจรปล้นรถทำคาร์บอมบ์ เร่งล่าคนร้าย

‘ศรีวราห์’ จ่อลงพื้นที่ติดตาม คดีโจรปล้นรถทำคาร์บอมบ์ เร่งล่าคนร้าย

วันนี้(20 ส.ค.) พ.ต.อ. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามตัวคนร้ายซึ่งก่อเหตุปล้นรถจากเต็นท์รถมือ 2 เขต อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อใช้ประกอบทำเป็นคาร์บอมบ์ สร้างสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นทางตำรวจเชื่อว่าน่าจะมีคนร้ายบางส่วนกบดานอยู่ที่ จ.ปัตตานี ขณะที่บางส่วนแยกไปกบดานบริเวณเขตรอยต่อระหว่าง จ.สงขลา กับ จ.ปัตตานี 4 อำเภอ คือ อ.จะนะ, เทพา, นาทวี และ สะบ้าย้อย โดยหลายฝ่ายอยู่ระหว่างสืบหาพยานหลักฐานเพื่อสืบหาแหล่งที่อยู่ของกลุ่มคนร้ายสำหรับนำมาให้เป็นข้อมูลในการติดตามตัวส่วนในเรื่องการดำเนินคดีเกี่ยวกับข้อหาปล้นทรัพย์นั้น เป็นหน้าที่ของตำรวจ สภ.นาทวี จ.สงขลา

อย่างไรก็ตาม ภายในวันจันทร์นี้ (21 ส.ค.60) ทาง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) จะเดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีในพื้นที่ด้วยตนเอง ซึ่งหลังจากหารือกันเสร็จสิ้น เชื่อว่าน่าจะมีแนวทางในการดำเนินงานออกมาชี้แจงต่อไป

ขอบคุณที่มาก : news.mthai.com

อุตุฯ เผย ไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่ กทม.ฝนฟ้าคะนอง 70%

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไปพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และ ลพบุรี ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงปประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

แม่น้องพลอยร่ำไห้รับกระดูกลูก รับทำใจไม่ได้ เชื่อมีคนอื่นร่วมลงมือด้วย

วันที่ 18 ส.ค. 60 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา นางพัชรี ปั้นทอง มารดาน้องพลอย เดินทางมารับกระดูก นางสาวพลอยริน ผลิผล หรือ น้องพลอย ผู้เป็นลูกสาว ที่ถูกนายพลกฤต วิเศษ อายุ 29 ปี อดีตทหาร ยศ ส.อ. สังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธิน จ.ลพบุรี อดีตแฟนหนุ่มอุ้มฆ่าเผาอำพรางศพ บริเวณป่าแห่งหนึ่งใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อ 3 ปีก่อน

นางพัชรี ปั้นทอง มารดา กล่าวว่า ตนเชื่อว่ามีคนที่ร่วมกันทำร้ายน้องอีกแน่นอน ไม่เชื่อว่าทำคนเดียว ที่ผ่านมาได้คุยกับ นายพลกฤต เขาก็ขอโทษและกราบเท้าแม่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ และญาติขอไปงานสวดศพน้องด้วย แต่แม่ไม่อนุญาต เพราะไม่อยากให้งานน้องวุ่นวาย

ส่วนเรื่องคดีความฝากตำรวจให้ช่วยเหลือ อย่าให้น้องตายฟรี เพราะเรื่องนี้ตนติดตาม เกาะติดมานานมาก แม่ตื่นมาก็ร้องไห้ ตั้งแต่เกิดมาอยู่ด้วยกันกับน้องพลอยตลอด แม่รอน้องมา3ปี ยิ่งรู้ว่าน้องเสียชีวิตก็ยิ่งเสียใจ แม่เข้าบ้านเห็นแต่รอยยิ้มของน้อง ยอมรับว่าทำใจไม่ได้ ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ อย่าให้ทำร้ายกันเพราะอารมชั่ววูบ

อยากฝากบอกน้องไม่ต้องห่วง ขอให้น้องเป็นกำลังใจแม่ แม่รักน้องเหมือนเดิม ไม่มีวันไหนไม่รักน้อง สำหรับกระดูกจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดกลาง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที21 สิงหาคมนี้

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ชาวบ้านรุมสาปส่ง คนร้ายเผาทำลายศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายอยุธยา-อ่างทอง สายใน ต.บ้านกุม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายเข้าทุบ-เผาทำลายรูปปั้นเจ้าแม่ตะเคียนทองได้รับความเสียหาย จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากมุงดูศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ที่มีร่องรอยการถูกราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา จนฝาผนังศาลได้รับความเสียหาย รูปปั้นเจ้าแม่ตะเคียนทองถูกทุบทำลายเสียหาย พานวางถวายของทุบเสียหาย ห้องเก็บชุดไทยที่ชาวบ้านมาแก้บนถวายถูกก้อนหินปาจนเป็นรู

ขณะที่ที่ทางขึ้นศาล ติดป้ายข้อความระบุว่า ชาวตำบลบ้านกุม 1-9 มีความเสียใจเป็นอย่างมากที่มีผู้ไม่ประสงค์ดี ปาก้อนหินใส่ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เคารพกราบไหว้ ทางผู้ดูแลศาลได้แจ้งความไว้แล้ว ขอความกรุณาอย่ามาทำอีก ชาวบ้านพากันจุดธูปสาบแช่งคนร้ายที่มาเผาทำลาย

ด้านนายสายชล หนูปั้น อายุ 48 ปี ชาวบ้าน กล่าวว่า เมื่อช่วงคำวันที่ 15 ส.ค.มีชาวบ้านขับรถผ่านมาเห็นศาลเจ้าแม่ไฟลุกไหม้ จึงโทรมาบอกตนเองพร้อมกับชาวบ้าน รีบออกมาช่วยกันดับไฟไว้ได้ทัน คนร้ายยังได้ทุบรูปปั้นเจ้าแม่ จนแตกหัก ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลเจ้าแม่ถูกทุบทำลายมาหลายครั้ง

แต่ก็ไม่ทราบวัตถุประสงค์ของคนที่ก่อเหตุ ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวบ้าน เคารพ ศรัทธา ใครมีเรื่องทุกข์เดือดร้อนใจ จะทำอะไรที่ติดขัด สอบเข้างานเข้าเรียน ติดต่องานอะไร ขอเจ้าแม่จะสมหวัง พ่อค้าแม่ค้าที่วิ่งผ่านเส้นทางนี้จะแวะเข้ากราบไหว้ขอให้ขายดิบขายดีสมหวัง พวงมาลัยจะแขวนเต็มทุกเย็นชาวบ้านจะสับเปลี่ยนกันมาทำความสะอาด บางคนขอโชคลาภแล้วสมหวัง

ขณะที่ นายชนก ไกรจรูญ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางบาล กล่าวว่า เมื่อคืนตนเองพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มาซุ่มดักรอคนร้าย เพราะเชื่อว่าคนร้ายต้องย้อนกลับมาอีก ช่วงกลางดึกมีรถจยย.กับรถยนต์เก๋งขับเข้ามาจอด ตนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินออกมาเพื่อจะสอบถาม รถจยย.และรถยนต์เก๋งได้ขับหลบหนีไปทันที

คนที่มาทุบทำลายศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ไม่น่าจะเป็นคนสติไม่ดี คนที่ทำต้องเป็นคนที่เสียผลประโยชน์จากศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ไม่น่าจะเป็นคนในพื้นที่ เพราะคนในพื้นที่จะเคารพกราบไหว้ ส่วนเจ้ามือหวยจะมาทำลายก็ไม่น่าจะใช่เพราะมีคนถูกแต่ไม่ได้มากมายอะไร ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะมาขอในเรื่องของความสำเร็จมากกว่า

ขอบคุณที่มาก : news.mthai.com

ผบ.สส. เปิดนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9

วันนี้ (16 ส.ค. 60) เวลาประมาณ 10.00 น. พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมทั้งมอบรางวัลการประกวดผลงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กองทัพไทย และการประกวดโครงการหมู่บ้านตัวอย่างตามรอยเท้าพ่อประจำปี 2560 โดยมีผู้แทนจากส่วนราชการ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธี ณ อาคาร 15 กองบัญชาการกองทัพไทย

การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 สิงหาคม 2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับพสกนิกรชาวไทย และเป็นการยกย่องหน่วยงาน ข้าราชการทหาร ตำรวจ ประชาชน ที่ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้จนประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ส่งสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยมีผลการตัดสินการประกวดผลงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สำหรับโครงการหมู่บ้านตัวอย่างตามรอยเท้าพ่อนั้น กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 รวมทั้งสิ้น 89 หมู่บ้าน ในทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ การพัฒนาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาด้านการส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาด้านการเกษตร ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแบบอย่างในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

การจัดงานในครั้งนี้เป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับพสกนิกรชาวไทย รวมทั้งเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นการยกย่องหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งประชาชนทั่วไป ที่ได้น้อมนำแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตจนประสบความสำเร็จ

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

รถเก๋งชนรถตู้คาราบาวแดง บนถนนสาย อ.เมืองกาฬสินธุ์ – อ.กมลาไสย เสียชีวิต 4 คน

พ.ต.ท.ชูชาติ อุทธิสินธ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดี ว่า เกิดเหตุรถเก๋งชนประสานงากับรถตู้ บริเวณหน้าปั้ม น้ำมัน ปตท.บ้านหลุบ ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ และได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย และทีมแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นถนนสายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ไป อำเภอกมลาไสย เยื้องปั้มน้ำมัน ปตท.บ้านหลุบ ตำบลหลุบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์เก๋ง ยี้ห้อนิสสันมาร์ช หมายเลขทะเบียน กฉ 8724 กาฬสินธุ์ ด้านหน้าสภาพชนยับ และ รถตู้ หมายเลขทะเบียน ม 2690 กทมด้านข้างติดคาราบาวแดง โดยคนเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์ได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และ โรงพยาบาลกมลาไสย รวม 8 คน และมีผู้เสียชีวิตซึ่งติดอยู่ในซากรถเก๋ง 3 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายมิ่ง อายุ 64 ปี คนขับรถเก๋ง, นายสมพงษ์ นามน อายุ 71 ปี และ นายเรืองศักดิ์ อายุ 50 ปี ขณะที่รถตู้มี นายสมชาย เปรมโปรย อายุ 34 ปี เป็นคนขับ พร้อมผู้โดยสารรวม 6 คน

เบื้องต้น ทราบว่า รถเก๋งนิสสันสีดำ เพิ่งเดินทางกลับมาจากงานศพญาติที่ จ.อุดรธานี เมื่อมาถึงคนขับรถตู้อ้างว่าจู่ ๆ รถเก๋งสีดำก็พุ่งข้ามเลนถนนเข้ามาประสานงาอย่างจัง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบถามพยานต่อไป

ทั้งนี้มีรายงาน เพิ่มเติมว่าผู้โดยสารที่มากับรถเก๋งสีดำ เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ คือ นายบุญถม อายุ 73 ปี รวมเป็นเสียชีวิตทั้งหมด 4 ศพ

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

เปิดใจนายตำรวจ ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล 30 คู่ เป็นเงิน 180 ล้านบาท

จากกรณีที่ พ.ต.อ.ศรศักดิ์ แก้วรักษา อายุ 75 ปี อดีต รองผบก.ปปป. ดวงเฮงสุดๆเพราะถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล ถึง 30 คู่ ได้เงินรางวัลถึง 180 ล้านบาท นับเป็นผู้โชคดีรายใหญ่ที่ถูกรางวัลมากที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมานานกว่า 70 ปี เนื่องจากในอดีตมีคนถูกรางวัลที่ 1 สูงสุด 60 ล้านบาท จึงนับว่านายตำรวจผู้นี้เป็นผู้โชคดีมากที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

โดย พ.ต.อ.ศรศักดิ์ เคยกล่าวให้สัมภาษณ์ว่าจะนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งตระเวณช่วยเหลือหน่วยงานข้าราชการตำรวจ เพราะตนเองมีจิตวิญญาณที่รักในอาชีพตำรวจและตั้งใจจะช่วยเหลือตำรวจตามที่เคยตั้งใจไว้เพื่อแบ่งเบาความเดือดร้อนของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทั้งที่เกษียณแล้วและยังรับราชการ

เมื่อเวลา 17.30 วันที่ 13 ส.ค.60 ที่ห้องอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอปากเกร็ด พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนเองได้ทำตามความตั้งใจที่เคยพูดไว้แล้วว่าจะช่วยเหลือข้าราชการตำรวจเพราะในอดีตตนเองผ่านความลำบากยากจนมาก่อนต้องหาเงินเรียนหนังสือด้วยตนเองต่อสู้ผ่านอุปสรรคผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย

โดยเรียนจบจากมัธยมเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช แล้วมาจบบัญชีที่จุฬา ก่อนจะหันเหชีวิตมาเป็นพลตำรวจและเทียบวุฒิเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรจนกระทั่งไต่เต้าเรื่อยมาและเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง รอง ผบก. ปปป. ดังกล่าว

ตอนนี้หลังจากที่รับเงินรางวัลมาแล้วตนเองก็ได้เดินสายมอบเงินช่วยเหลือให้กับหน่วยงานตำรวจไปแล้ว อาทิ สภ.รัตนาธิเบศร์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี 200,000 บาท และเตรียมที่จะมอบเงินให้กับ ตำรวจ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ อีก 200,000 บาท สมาคมตำรวจ 100,000 บาท

สมาคมพนักงานสอบสวน 100,000 บาท ชมรมพนักงานสอบสวนหญิง 100,000 บาท มูลนิธิตำรวจ 100,000 บาท สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช 100,000 บาท สมาคมตำรวจนครศรีธรรมราช 100,000 บาท สมาคมชาวปักษ์ใต้ 200,000 บาท โดยได้นัดหมายหน่วยงานดังกล่าวไว้แล้วและเตรียมจะมอบเงินให้ตามที่ตั้งใจไว้

นายตำรวจผู้โชคดีรายนี้ยังให้ข้อคิดถึงการปฎิรูปตำรวจว่า ตำรวจต้องทำงาน 24 ช.ม. งบประมาณก็น้อยต้องควักกระเป๋าออกเองในการทำคดีสอบสวน สืบสวน ประกอบกับเงินเดือนตำรวจน้อยมาก ผมเองก็อยู่บ้านพักหลวงจนเกษียณย่อมรู้เรื่องดีและเห็นใจตำรวจ “ตำรวจดี มี 99.99 % ส่วนที่ไม่ดีแค่ .1% เท่านั้นเอง

การปฎิรูปตำรวจสิ่งแรกควรช่วยเหลือให้พวกเขามีสวัสดิการที่ดี รัฐบาลควรเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ไม่ใช่ให้เขาออกเงินเองในการทำสำนวนคดีต่างๆทั้งสืบสวน สอบสวน ถ้าเปรียบกับหน่วยงานอื่นของราชการทุกแห่งจะมีวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ แต่ตำรวจต้องทำงาน อันนี้จึงเป็นเรื่องน่าเห็นใจและต้องช่วยกันปฎิรูปเป็นเรื่องเร่งด่วน”

อดีตนายตำรวจผู้โชคดีรายนี้ยังฝากช้อคิดถึงผู้ที่เคยถูกหวยหลาบสิบล้านจนบางคนถึงกับเป็นทุกข์ลาภว่าควรใช้เงินให้ถูกต้องไม่เช่นนั้นก็หมด ส่วนตนเองไม่ต้องเป็นห่วงเพราะบริหารจัดการเงินด้วยความสุขุมเพราะจบบัญชีมาสามารถเอาเงินไปต่อยอดสร้างผลกำไรได้อย่างสบายๆ ส่วนตัวคงไม่กล้าไปเป็นครูสอนสั่งหรอกเพียงแต่อยากฝากข้อคิดคำแนะนำถึงผู้โชคดีที่อาจมีแบบตนก็ได้

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

เกิดอุบัติเหตุที่ระยอง รถบรรทุกน้ำมัน ชนจยย. ไฟลุกท่วมดับ 2 ศพ

เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมัน เฉี่ยวชนกับรถจักรยายนต์ จุดเกิดเหตุ ถนนสาย 344 วังจันทร์ – จ.ระยอง ส่งผลให้รถบรรทุกน้ำมันเสียหลักพลิกตะแคง และเกิดระเบิดขึ้น มีไฟลุกท่วมรถอย่างรวดเร็ว และเป็นกลุ่มควันสีดำลอยพวยพุ่งขึ้นบนท้องฟ้า เป็นภาพที่ค่อนข้างน่าตกใจสำหรับผู้พบเห็น และไฟลุกลามติดสายไฟฟ้า

เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ระดมรถน้ำ เข้ามาฉีดสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม ไปติดบ้านเรือนประชาชน เนื่องจากบริเวณใกล้กันมีห้องเช่าที่เป็นอาคารชั้นเดียว จำนวน 20 ห้อง อยู่ใกล้กันดด้วย แต่เพลิงยังไม่ลุกลาม จากอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้คนขับขี่รถจักรยานยนต์ กับคนซ้อน เสียชีวิตทันที ในที่เกิดเหตุ รวม 2 ราย

สำหรับการจราจร ในเส้นทางถางถนนสาย 344 วังจันทร์-ระยอง ช่วง ที่ผ่านจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรในฝั่งขาเข้า เปิดช่องทางพิเศษ ให้รถวิ่งสวนกันในฝั่งขาออก แทน ส่งผลให้การจราจรติดขัดสะสม

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com