สลด เด็กหญิงวัย 12 ถูกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ข่มขืน ทั้งที่มีศักดิ์เป็นหลาน

4

แม่สุดทนจูงลูกสาววัย 12 และ 3 ขวบ แจ้งความถูกลุงเขย ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ ผอ. ข่มขืนในบ้านพักข้าราชการหลายครั้ง แถมยังถูกขู่ฆ่า

ที่ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้ปกครองพาบุตรสาววัย 12 ปี และ 3 ขวบ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ว่าถูกลุงเขยซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ระดับผู้อำนวยการของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง ข่มขืนทำอนาจารหลายครั้งระหว่างที่ไปพักอาศัยที่บ้านพักในหน่วยงานราชการ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เบื้องต้นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียก ร.ต.ท.หญิงกมลณัฐ บุบผศิริ พนักงานสอบสวนสิทธิเด็กและสตรี มารับเรื่องราวร้องทุกข์และสอบปากคำแม่รวมทั้งลูกสาวทั้งสองคน จากการสอบสวนแม่ของเด็ก ให้การว่า เมื่อ 4 เดือนก่อน พี่สาวและข้าราชการรายนี้ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงเขย ได้มาขอรับลูกสาวทั้งสองไปเลี้ยงดู อ้างว่าจะติวเข้มเรื่องการเรียนและจะฝากให้เข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐชื่อดังให้ ด้วยความต้องการให้ลูกสาวมีอนาคตที่ดีตนจึงยินยอม
ส่งลูกสาวไปอยู่ด้วย

แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาลูกสาวคนโตมาบ่นให้ฟังว่า ประจำเดือนขาดมาหลายเดือนแล้ว และ ตนก็สังเกตเห็นลูกมีอาการผิดปกติ จากเด็กร่าเริงกลายเป็นไม่พูดไม่จาจึงพยายามคาดคั้น จนลูกสาวยอมบอกว่าถูกลุงเขยทำอนาจารหลายครั้ง และ ยังพูดจาข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร หากใครรู้ก็จะฆ่าให้ตาย เมื่อทราบเรื่องจึงสอบถามลูกสาวคนเล็กอีกคน เพราะเคยส่งไปอยู่กับพี่สาวบ่อยครั้งเช่นกัน ก็ถึงกับอึ้งเพราะลูกสาวคนเล็กเล่าให้ฟังว่าเวลาไม่มีคนอยู่บ้าน ลุงชอบพาไปอาบน้ำ ตนจึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงรายนี้

หลังรับแจ้งตำรวจเตรียมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำตัวเด็กไปตรวจร่างกายและสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ระบุว่า เมื่อรวบรวมพยายานหลักฐานครบถ้วน จะออกหมายเรียกข้าราชการรายนี้มาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

 

7 วิธีแก้ข้อศอกดำ เคล็ดลับดี ๆ เพื่อข้อศอกขาวเนียนน่าสัมผัส

3

วิธีแก้ข้อศอกดำ รวมสารพัดวิธีง่าย ๆ มาเปลี่ยนข้อศอกดำ-ด้านให้ขาวเนียนน่าสัมผัสกันเถอะ

ข้อศอก ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิง ที่จะมัดใจหนุ่ม ๆ ให้หลงใหลในความขาวเนียนนุ่มและอยากจะสัมผัสอยู่ใกล้ตลอดเวลา ดังนั้นคงจะไม่มีสาว ๆ คนไหนอยากจะให้ข้อศอกของตัวเองดำ-ด้านให้หนุ่ม ๆ เห็นหรอกจริงไหมคะ ? เพราะถ้าขืนเป็นอย่างนั้นมีหวังหนุ่ม ๆ คงหนีห่างกันเป็นแถว ๆ แน่นอน และถ้าไม่อยากให้เสน่ห์ของคุณต้องดับลงแล้วละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมมีสารพัดวิธีแก้ข้อศอกดำแบบง่าย ๆ มาบอกต่อกันแล้วค่ะ สำหรับคุณสาว ๆ คนไหนที่กำลังมีปัญหาข้อศอกดำ-ข้อศอกด้านกันอยู่ รีบมาดูเคล็ดลับจัดการกับปัญหาเหล่านี้กันเลย…
1. ขัดด้วยน้ำมะนาว หรือมะขามเปียก

เนื่องจากน้ำมะนาว และมะขามเปียก มี AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และจะช่วยเผยผิวใหม่ให้มีความขาวเนียนและกระจ่างใสได้มากขึ้น ดังนั้นการนำน้ำมะนาว หรือมะขามเปียกมาขัดข้อศอกเป็นประจำจะช่วยทำให้ข้อศอกของคุณขาวขึ้นได้ ซึ่งวิธีทำก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำมะนาวสดที่ผ่าครึ่งแล้ว หรือมะขามเปียกผสมน้ำพอให้ได้เนื้อข้น ๆ นำมาขัดที่บริเวณข้อศอก ขัดเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด วิธีนี้สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ข้อศอกของคุณจะขาวขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความหยาบกร้านได้ดีอีกด้วย
2. สครับด้วยเกลือ
นำเกลือป่น มาผสมกับเบบี้ออยล์ คนให้เข้ากันพอให้เกลือยังไม่ละลาย จากนั้นให้นำมาขัดเบา ๆ ที่บริเวณข้อศอก พักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ตามด้วยการทาโลชั่นบำรุงทันที วิธีนี้หากทำเป็นประจำจะทำให้ข้อศอกขาวเนียนกระจ่างใส และออยล์ยังจะช่วยบำรุงให้ผิวบริเวณข้อศอกชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้านอีกด้วย
3. สครับด้วยน้ำตาลทรายแดง
นำน้ำตาลทรายแดง มาผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย คนให้เข้ากันพอให้น้ำตาลยังไม่ละลายมาก จากนั้นให้นำมาขัดวนเบา ๆ บริเวณข้อศอก เสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำบ่อย ๆ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง น้ำตาลจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวกระจ่างใส และน้ำผึ้งจะทำให้ผิวเนียนนุ่มมากขึ้น
4. ขัดด้วยน้ำส้มสายชู

นำน้ำส้มสายชูมาผสมกับโยเกิร์ตในอัตราส่วนที่เท่ากัน จากนั้นให้นำมาขัดและพอกบริเวณข้อศอกทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกให้สะอาด และทาโลชั่นบำรุง กรดของน้ำส้มสายชูจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ข้อศอกขาวกระจ่างใส และโยเกิร์ตจะช่วยบำรุงให้ข้อศอกเนียนนุ่มขึ้นได้ค่ะ
5. หมั่นนวดข้อศอกด้วยน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวมีวิตามินอีที่สามารถช่วยลดความดำและป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้านได้ดีค่ะสาว ๆ ดังนั้นแนะนำให้นำน้ำมันมะพร้าวมานวดบริเวณข้อศอกเป็นประจำทุกวัน จะช่วยทำให้ข้อศอกเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน อีกทั้งยังป้องกันข้อศอกดำด้านได้ดีอีกด้วย
6. ทาโลชั่นบำรุงข้อศอกอย่างสม่ำเสมอ
การทาโลชั่นที่ข้อศอกจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส และไม่แห้งกร้าน ดังนั้นทุกวันเช้า-เย็นหลังอาบน้ำเสร็จ สาว ๆ จึงควรทาโลชั่นบำรุงผิวที่บริเวณข้อศอกเป็นประจำ นอกจากนี้ก่อนออกจากบ้านการทาครีมกันแดดที่บริเวณข้อศอกก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน เพราะผิวบริเวณข้อศอกนั้นจะไวต่อแสงแดดและคล้ำง่ายมาก ดังนั้นสาว ๆ จึงไม่ควรละเลยที่จะทาครีมกันแดดส่วนนี้ด้วยนะคะ
7. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ข้อศอกเกิดการเสียดสี
การเสียดสีหรือแรงกดทับบริเวณข้อศอก ถือเป็นสาเหตุหนึ่งของการทำให้ข้อศอกดำและข้อศอกด้าน ดังนั้นสาว ๆ จึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เช่น ไม่ควรเท้าข้อศอกบนโต๊ะ ไม่ควรยืนพิงข้อศอก หรือทำพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ข้อศอกเกิดการกดทับหรือเสียดสี ซึ่งทางแก้ก็คือควรหาหมอนบาง ๆ หรือเบาะนุ่ม ๆ มารองเอาไว้จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ

เอ้า ! ทีนี้ก็ได้เวลาเอาเคล็ดลับดี ๆ เหล่านี้ไปเนรมิตข้อศอกของคุณให้กลับมาขาวเนียนอีกครั้งกันแล้วล่ะค่ะ รับรองหนุ่ม ๆ ข้างกายจะต้องหลงใหลอยากจะขอสัมผัสทั้งวันแน่นอน อิอิ

งดงามตระการตา สุริยุปราคาวงแหวน เหนือฟ้าอเมริกาใต้

2

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริเวณซีกโลกตอนใต้ต่างตื่นตากับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ “สุริยุปราคาวงแหวน” ที่พาดผ่านแถบทวีปแอฟริกาตอนกลาง-ใต้ มหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ และทวีปอเมริกาใต้ กลายเป็นภาพที่สวยงามที่ผู้คนนับล้านได้มองเห็น

ตามรายงานระบุว่า สุริยุปราคาวงแหวน หรือ วงแหวนไฟ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากเงาของดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์ และอยู่ในระยะที่เหมาะสมที่ทำให้เกิดการบดบังแบบไม่เต็มดวง ปรากฏการณ์เริ่มขึ้นเวลาราวๆ 19.10 น. ไปจนถึงเวลา 00.35 น. ของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย โดยสามารถมองเห็นชัดเจนในหลายประเทศ เช่น บราซิล, ชิลี หรือ อาร์เจนตินา เป็นต้น

สำหรับในครั้งต่อไปจะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน ในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ที่จะถึงนี้ โดยจะสามารถมองเห็นปรากฏการณ์ครั้งดังกล่าวได้ในหลายพื้นที่ในทวีปยุโรป, แอฟริกา, ออสเตรเลีย, เอเชีย รวมทั้งประเทศไทยด้วย

พชร์ อานนท์ บอก 4 ข้อที่ตัดขาด “เทพพิทักษ์” ล่าสุดให้โอกาสอีกรอบ

1

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีประเด็นดราม่าข้ามปี ระหว่างผู้กำกับร้อยล้าน “พชร์ อานนท์” กับดาราเน็ตไอดอล “เทพพิทักษ์” ถึงขั้นประกาศตัดหางปล่อยวัด ไม่อาจจะป้อนงานหรือร่วมทำงานกันอีก จนทำให้อีกฝ่ายถึงขั้นงานหดหาย ไม่มีใครจ้างงาน หายหน้าไปจากวงการพักหนึ่งเลยทีเดียว

แต่ล่าสุด พชร์ อานนท์ ได้ออกมาโพสต์ถึงสาเหตุของประเด็นเกี่ยวกับ เทพพิทักษ์ ที่ยังคาราคาซังอยู่ให้สังคมได้ทราบ เป็นปัญหาที่ใครๆ อาจจะอยากได้คำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยเจ้าตัวได้โพสต์คำคม “เกิดเป็นคนก็ต้องดิ้นรนกันไป อะไรช่วยได้ก็ช่วย ไม่รู้ว่าวันหนึ่งเราจะจากโลกนี้ไป มีโอกาสก็ทำความดีกันนะ เพราะเชื่อและอยากให้ทุกคนเชื่อเสมอว่า ความดีไม่มีวันตาย”

ผู้กำกับคนดังยังชี้แจงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง เทพพิทักษ์ มีหลักๆ แค่ 4 ข้อ คือ 1. อาการติดสาวแบบโงหัวไม่ขึ้น แล้วกระทบกับหน้าที่การงาน รับงานแล้วเบี้ยงคิวงาน 2. ดื่มเหล้าทุกวัน ตื่นสายตลอดทุกครั้งที่เมา แล้วยังทำกร่างไปทั่ว

3. นิสัยโกหกและถูกจับได้อยู่หลายครั้ง และ 4. เงินที่เขาหาได้จากการทำงาน ที่คอยป้อนงานให้ได้เงินเป็นล้านๆ ไม่ยอมเก็บเอาไว้ ใช้จนหมดตัว สุดท้ายต้องกลับไปขับรถตู้ที่สนามบิน

พชร์ อานนท์ ยังบอกอีกว่า ทุกอย่างผิดคือผิด แต่ก็อดสงสารไม่ได้ การให้อภัยคือแก้แค้นที่ดีที่สุด แต่ต้องดูพฤติกรรมกันอีกครั้ง ครั้งนี้อาจจะให้เขาพิสูจน์ตัวเองว่าจะดีขึ้นหรือไม่ ยืนยันว่าปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะคนคนเดียวกันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เทพพิทักษ์ ก็ได้รับโอกาสอีกครั้ง ให้มาร่วมเล่นหนังเรื่องล่าสุดของพชร์ อานนท์ เรื่อง “กัดกระชากเกรียน” ที่กำลังจะเข้าฉายช่วงวันสงกรานต์นี้

พระองค์ภาฯ ทรงร่วมการแข่งวิ่งมาราธอน 42 กม. เป็นการส่วนพระองค์

9

10

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ทรงร่วมการแข่งขันวิ่ง รายการ “สสส. จอมบึงมาราธอน” โดยทรงใช้พระวิริยะอุตสาหะ ฝึกฝน ฝึกซ้อม เป็นเวลาข้ามปี

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงโปรดการวิ่งมาราธอนเป็นการส่วนพระองค์ เช่นเดียวกับรายการล่าสุด โดยเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2560 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ร่วมลงแข่งขันในรายการ “สสส. จอมบึงมาราธอน” ครั้งที่ 32 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี
ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ร่วมวิ่งประเภท “เต็มมาราธอน” 42.195 กิโลเมตร หลังจาก ครั้งที่ 31 เมื่อปี 2559 พระองค์ทรงทำสถิติได้เวลา 2 ชั่วโมง 4 นาที 38 วินาที โดยทรงใช้พระวิริยอุตสาหะ ฝึกฝน ฝึกซ้อม และร่วมลงแข่งขันในงานวิ่งทั้งเล็กและใหญ่อย่างต่อเนื่องหลายรายการ มาเป็นเวลาข้ามปี จนพระองค์ทรงคว้าเหรียญทองมาได้

18 สัญญาณบอกว่าเราใส่บราผิดไซส์ ถ้าอยากมีหน้าอกหน้าใจไฉไลต้องเปลี่ยนด่วน !

 

25

ใส่ชุดชั้นในผิดไซส์ ไม่ใช่แค่หน้าอกหน้าใจเสียทรง แต่ยังกระทบถึงสุขภาพเต้านมเราได้ด้วย ดังนั้นมาเช็กให้ดี 18 สัญญาณนี้แหละที่บอกว่าเราใส่บราไม่ถูกไซส์ พร้อมวิธีเลือกชุดชั้นในที่ถูกต้อง

เชื่อไหมว่าสาว ๆ หลายคนใส่ชุดชั้นในผิดไซส์โดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้หน้าอกไม่สวยได้รูป อีกทั้งการใส่ชุดชั้นในผิดไซส์ยังก่อความเสี่ยงต่อสุขภาพได้มากมายเหลือเกิน ดังนั้นคงจะดีไม่น้อยหากเราจะมาเช็กความชัวร์ในการใส่บรากันสักหน่อย พร้อมตรวจสอบกันอีกนิดว่าบราที่ใส่เราเลือกตามวิธีเลือกชุดชั้นในที่ถูกต้องหรือเปล่า ?
ใส่ชุดชั้นในผิดไซส์ สัญญาณเหล่านี้ไงบอกอยู่

1. สายชุดชั้นในกดทับจนเกิดรอยแดงที่ไหล่และช่วงลำตัว

2. ใส่ชุดชั้นในแล้วหน้าอกล้นออกมาทั้งด้านข้างและด้านหน้า

3. ส่วนที่เป็นคัพของบรา รัดและกดหน้าอกจนเกือบแบนราบ

4. ส่วนกึ่งกลางของบราแตะไม่ถึงกระดูกระหว่างหน้าอก

5. แถบบราด้านหลัง (ส่วนตะขอ) รั้งขึ้นไปสูงกว่าขอบบราด้านหน้า

6. ไม่สามารถสอดนิ้วได้ที่ฐานชั้นใน

7. รู้สึกอึดอัดเมื่อใส่บรา อาการปวดหลัง คอ ไหล่ มาครบ

8. โครงเสื้อชั้นในทิ่มหน้าอก

9. มีผื่นเป็นจ้ำ ๆ บริเวณทรวงอก
10. แถบบราด้านหลัง (ส่วนตะขอ) อยู่ต่ำกว่าขอบบราด้านหน้า

11. สายคล้องไหล่หลวมและหลุดลงมาบ่อย ๆ

12. เสื้อชั้นในมีรอยย่นเมื่อใส่ โดยเฉพาะตรงส่วนคัพของบรา

13. หน้าอกไม่กระชับ ทั้ง ๆ ที่ก็ใส่บราอยู่

14. ทุกครั้งที่ใส่เสื้อชั้นใน จะมีช่องว่างระหว่างเสื้อชั้นในกับหน้าอก

15. รู้สึกเจ็บที่ผิวบริเวณทรวงอกทุกครั้งเมื่อยืดเหยียดร่างกาย

16. สามารถสอดนิ้วมากกว่า 2 นิ้วได้ที่ฐานชั้นใน

17. ขณะที่ใส่บรา หากโน้มลำตัวลงมาจนขนานกับพื้น จะเห็นช่องว่างระหว่างเนื้อหน้าอกกับเสื้อชั้นใน

18. รู้สึกไม่กระชับ เวลาเคลื่อนไหวร่างกายแล้วหน้าอกไม่ขยับไป-มาตามไปด้วย

ถ้าข้อ 1-9 ตรงกับลักษณะการใส่เสื้อชั้นในของคุณ แสดงว่าคุณใส่บราที่มีขนาดเล็กเกินไป ซึ่งในเบื้องต้นอาจลองปรับสายชั้นในให้พอดีกับรูปร่างดูก่อน หรือไม่ก็ลองวัดขนาดตัวที่แน่ชัด แล้วเลือกซื้อชุดชั้นในที่เหมาะกับตัวเอง

ทว่าถ้าลักษณะการใส่บราของคุณตรงกับข้อ 10-18 เป็นส่วนใหญ่ แปลว่าบราที่ใส่อยู่ทุกวันมีขนาดใหญ่เกินไปนะคะ ลดไซส์ลงมาให้เข้ากับทรวงอกน่าจะดีกว่า

เอาล่ะ ! หากเช็กแล้วพบว่าใส่ชุดชั้นในผิดไซส์อยู่จริง ๆ ลองมาเก็บวิธีเลือกชุดชั้นในที่ถูกต้องไปใช้ในเวลาที่หาซื้อเสื้อชั้นในตัวใหม่กันเถอะ !
วิธีเลือกชุดชั้นใน

1. วัดขนาดหน้าอกตัวเองก่อนออกจากบ้าน

ตัดปัญหาไปวัดรอบอกกันโต้ง ๆ กลางห้างสรรพสินค้า เอาเป็นว่าเราชิงวัดรอบอกไปจากที่บ้านโดยเริ่มจากวัดรอบตัวของคุณ โดยทาบสายวัดพันไปรอบตัวบริเวณใต้อก ค่าที่ได้มักอยู่ประมาณ 32-44 นิ้ว (หรืออาจมากกว่านั้น) ค่าตัวนี้คือตัวเลขบอกขนาดรอบตัวของเสื้อชั้นในนั่นเอง

เมื่อวัดรอบตัวแล้วก็มาวัดรอบอกกันต่อ โดยทาบสายวัดไปรอบอกให้ผ่านยอดอกซึ่งเป็นจุดที่นูนที่สุดของหน้าอก นำตัวเลขที่วัดได้ไปหักลบกับค่ารอบอก ก็จะได้ขนาดคัพของหน้าอกคุณ

* ขนาดรอบอกมากกว่ารอบตัว 1 นิ้ว คือคัพ A

* ขนาดรอบอกมากกว่ารอบตัว 1-2 นิ้ว คือคัพ B

* ขนาดรอบอกมากกว่ารอบตัว 2-3 นิ้ว คือคัพ C

* ขนาดรอบอกมากกว่ารอบตัว 3-4 นิ้ว คือคัพ D

* ขนาดรอบอกมากกว่ารอบตัว 4-5 นิ้ว คือคัพ E

เมื่อได้ขนาดคัพและขนาดรอบตัวแล้ว ก็จะเลือกซื้อเสื้อชั้นในได้ง่ายขึ้น อย่างสาวที่วัดขนาดรอบตัวได้ 34 มีรอบอกมากกว่ารอบตัวอยู่เกือบ 2 นิ้ว ขนาดเสื้อชั้นในที่ควรหยิบมาลองก็จะอยู่ที่ B34 นั่นเองค่ะ

2. เลือกแบบที่สายบราใหญ่หน่อย

บราที่สายมีความกว้างสักหนึ่งเซนติเมตรจะรองรับและกระจายน้ำหนักของหน้าอกได้ดีกว่าบราสายเล็ก ๆ โดยเฉพาะสาวคัพ B ขึ้นไป รู้ไหมว่าหน้าอกของคุณหนักจนทำให้คุณปวดหลังได้เลยนะ ถ้าไม่มีบราช่วยพยุง
18 สัญญาณบอกว่าเราใส่บราผิดไซส์ ถ้าอยากมีหน้าอกหน้าใจไฉไลต้องเปลี่ยนด่วน !
37,661อ่าน

1,670
วิธีเลือกชุดชั้นใน

ใส่ชุดชั้นในผิดไซส์ ไม่ใช่แค่หน้าอกหน้าใจเสียทรง แต่ยังกระทบถึงสุขภาพเต้านมเราได้ด้วย ดังนั้นมาเช็กให้ดี 18 สัญญาณนี้แหละที่บอกว่าเราใส่บราไม่ถูกไซส์ พร้อมวิธีเลือกชุดชั้นในที่ถูกต้อง

เชื่อไหมว่าสาว ๆ หลายคนใส่ชุดชั้นในผิดไซส์โดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้หน้าอกไม่สวยได้รูป อีกทั้งการใส่ชุดชั้นในผิดไซส์ยังก่อความเสี่ยงต่อสุขภาพได้มากมายเหลือเกิน ดังนั้นคงจะดีไม่น้อยหากเราจะมาเช็กความชัวร์ในการใส่บรากันสักหน่อย พร้อมตรวจสอบกันอีกนิดว่าบราที่ใส่เราเลือกตามวิธีเลือกชุดชั้นในที่ถูกต้องหรือเปล่า ?

วิธีเลือกชุดชั้นใน

ใส่ชุดชั้นในผิดไซส์ สัญญาณเหล่านี้ไงบอกอยู่

1. สายชุดชั้นในกดทับจนเกิดรอยแดงที่ไหล่และช่วงลำตัว

2. ใส่ชุดชั้นในแล้วหน้าอกล้นออกมาทั้งด้านข้างและด้านหน้า

3. ส่วนที่เป็นคัพของบรา รัดและกดหน้าอกจนเกือบแบนราบ

4. ส่วนกึ่งกลางของบราแตะไม่ถึงกระดูกระหว่างหน้าอก

5. แถบบราด้านหลัง (ส่วนตะขอ) รั้งขึ้นไปสูงกว่าขอบบราด้านหน้า

6. ไม่สามารถสอดนิ้วได้ที่ฐานชั้นใน

7. รู้สึกอึดอัดเมื่อใส่บรา อาการปวดหลัง คอ ไหล่ มาครบ

8. โครงเสื้อชั้นในทิ่มหน้าอก

9. มีผื่นเป็นจ้ำ ๆ บริเวณทรวงอก
วิธีเลือกชุดชั้นใน

10. แถบบราด้านหลัง (ส่วนตะขอ) อยู่ต่ำกว่าขอบบราด้านหน้า

11. สายคล้องไหล่หลวมและหลุดลงมาบ่อย ๆ

12. เสื้อชั้นในมีรอยย่นเมื่อใส่ โดยเฉพาะตรงส่วนคัพของบรา

13. หน้าอกไม่กระชับ ทั้ง ๆ ที่ก็ใส่บราอยู่

14. ทุกครั้งที่ใส่เสื้อชั้นใน จะมีช่องว่างระหว่างเสื้อชั้นในกับหน้าอก

15. รู้สึกเจ็บที่ผิวบริเวณทรวงอกทุกครั้งเมื่อยืดเหยียดร่างกาย

16. สามารถสอดนิ้วมากกว่า 2 นิ้วได้ที่ฐานชั้นใน

17. ขณะที่ใส่บรา หากโน้มลำตัวลงมาจนขนานกับพื้น จะเห็นช่องว่างระหว่างเนื้อหน้าอกกับเสื้อชั้นใน

18. รู้สึกไม่กระชับ เวลาเคลื่อนไหวร่างกายแล้วหน้าอกไม่ขยับไป-มาตามไปด้วย

ถ้าข้อ 1-9 ตรงกับลักษณะการใส่เสื้อชั้นในของคุณ แสดงว่าคุณใส่บราที่มีขนาดเล็กเกินไป ซึ่งในเบื้องต้นอาจลองปรับสายชั้นในให้พอดีกับรูปร่างดูก่อน หรือไม่ก็ลองวัดขนาดตัวที่แน่ชัด แล้วเลือกซื้อชุดชั้นในที่เหมาะกับตัวเอง

ทว่าถ้าลักษณะการใส่บราของคุณตรงกับข้อ 10-18 เป็นส่วนใหญ่ แปลว่าบราที่ใส่อยู่ทุกวันมีขนาดใหญ่เกินไปนะคะ ลดไซส์ลงมาให้เข้ากับทรวงอกน่าจะดีกว่า

เอาล่ะ ! หากเช็กแล้วพบว่าใส่ชุดชั้นในผิดไซส์อยู่จริง ๆ ลองมาเก็บวิธีเลือกชุดชั้นในที่ถูกต้องไปใช้ในเวลาที่หาซื้อเสื้อชั้นในตัวใหม่กันเถอะ !

วิธีเลือกชุดชั้นใน

วิธีเลือกชุดชั้นใน

1. วัดขนาดหน้าอกตัวเองก่อนออกจากบ้าน

ตัดปัญหาไปวัดรอบอกกันโต้ง ๆ กลางห้างสรรพสินค้า เอาเป็นว่าเราชิงวัดรอบอกไปจากที่บ้านโดยเริ่มจากวัดรอบตัวของคุณ โดยทาบสายวัดพันไปรอบตัวบริเวณใต้อก ค่าที่ได้มักอยู่ประมาณ 32-44 นิ้ว (หรืออาจมากกว่านั้น) ค่าตัวนี้คือตัวเลขบอกขนาดรอบตัวของเสื้อชั้นในนั่นเอง

เมื่อวัดรอบตัวแล้วก็มาวัดรอบอกกันต่อ โดยทาบสายวัดไปรอบอกให้ผ่านยอดอกซึ่งเป็นจุดที่นูนที่สุดของหน้าอก นำตัวเลขที่วัดได้ไปหักลบกับค่ารอบอก ก็จะได้ขนาดคัพของหน้าอกคุณ

* ขนาดรอบอกมากกว่ารอบตัว 1 นิ้ว คือคัพ A

* ขนาดรอบอกมากกว่ารอบตัว 1-2 นิ้ว คือคัพ B

* ขนาดรอบอกมากกว่ารอบตัว 2-3 นิ้ว คือคัพ C

* ขนาดรอบอกมากกว่ารอบตัว 3-4 นิ้ว คือคัพ D

* ขนาดรอบอกมากกว่ารอบตัว 4-5 นิ้ว คือคัพ E

เมื่อได้ขนาดคัพและขนาดรอบตัวแล้ว ก็จะเลือกซื้อเสื้อชั้นในได้ง่ายขึ้น อย่างสาวที่วัดขนาดรอบตัวได้ 34 มีรอบอกมากกว่ารอบตัวอยู่เกือบ 2 นิ้ว ขนาดเสื้อชั้นในที่ควรหยิบมาลองก็จะอยู่ที่ B34 นั่นเองค่ะ

2. เลือกแบบที่สายบราใหญ่หน่อย

บราที่สายมีความกว้างสักหนึ่งเซนติเมตรจะรองรับและกระจายน้ำหนักของหน้าอกได้ดีกว่าบราสายเล็ก ๆ โดยเฉพาะสาวคัพ B ขึ้นไป รู้ไหมว่าหน้าอกของคุณหนักจนทำให้คุณปวดหลังได้เลยนะ ถ้าไม่มีบราช่วยพยุง

วิธีเลือกชุดชั้นใน

3. เลือกเนื้อผ้าที่ใช่

ควรจะเลือกบราที่ทำจากเนื้อผ้าไลครา (Lycra) หรือสเปนเด็กซ์ (Spandex) เพราะจะช่วยกระชับหน้าอกของคุณให้ได้รูปโดยที่ตัวบราไม่เสียทรง แต่ก็ควรต้องใช้บราอย่างถนอมด้วย ประเภทเอะอะโยนไปซักในเครื่องซักผ้าแบบนี้ต่อให้เนื้อผ้าเริดยังไงบราก็ไม่รอดนะคะสาว ๆ

4. ลองให้แน่ใจ

การลองเสื้อชั้นในที่ดี ไม่ใช่แค่ลองใส่ หันดูซ้ายขวาหน้าหลังแล้วก็ถอดออกเท่านั้น คุณควรลองใส่มันไว้อย่างน้อย 20 วินาที และไม่ใช่แค่ขยับไปมาซ้ายขวาเท่านั้น ควรลองโน้มตัวลงไปข้างหน้า แล้วมองดูหน้าอกตัวเองในกระจก ว่าเนื้อหน้าอกของคุณปลิ้นออกมานอกเสื้อชั้นในหรือไม่ หากใช่แสดงว่าขนาดคัพเล็กเกินไป หรือไม่สายรัดไหล่ก็ใหญ่หรือกระชับไป

ตามด้วยลองชูแขนสองข้างเหนือศีรษะเพื่อดูว่าเสื้อชั้นในของคุณยังเกาะอยู่ที่หน้าอกดีหรือเปล่า หากมันเลื่อนตามขณะยกมือขึ้นก็แสดงว่าหลวมเกินไปนะคะ และสำหรับสาว ๆ ที่ลองชุดชั้นในแบบมีโครง ให้ขยับตัวดูจนแน่ใจว่าโครงของมันไม่กดหรือทิ่มเข้าไปในเนื้อ ซึ่งจะทำให้ไม่สบายตัวอย่างยิ่ง

รวมทั้งบริเวณแถบผ้าของเสื้อชั้นในที่อยู่ระหว่างหน้าอกก็ควรจะแนบไปกับผิวด้วย หากมันลอยขึ้นมาแสดงว่าเสื้อชั้นในตัวนั้นเล็กเกินไปนะจ๊ะ
การใส่บราผิดไม่ใช่แค่ทำให้ทรวงอกเสียทรงเท่านั้นนะคะ แต่อย่าลืมว่าก็อาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ดังบทความ 5 ผลเสียที่คาดไม่ถึง หากเลือกชุดชั้นในผิดไซส์ ! นี่ยังไงล่ะ

อินเนอร์มาเต็ม ดูสายตา หญิง รฐา มองคนปลอมไอจี หูย…อย่างกับฉากในละคร

 

24

โซเชียล แห่แซว หญิง รฐา สายตาขณะมองผู้ต้องหาปลอมไอจีดารา อินเนอร์จัดเต็ม เหมือนกับถ่ายฉากในละคร แถมสอนให้ใช้ความฉลาดในทางที่ถูกต้อง

เป็นภาพที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์อย่างมาก สำหรับภาพของนักแสดงสาว หญิง รฐา หรือ นางสาวรฐา โพธิ์งาม ขณะเดินทางเข้าพบ นายพงศกร เครือพิมาย หรือ ปลาวาฬ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาคดีปลอมอินสตาแกรมดาราเพื่อใช้แอบอ้างหลอกลวงขายของและรับงานโชว์ตัว เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560
โดยงานนี้ เพจใต้เตียงดาราและชาวโชเชียลต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สายตาของสาวหญิงที่ใช้มองผู้ต้องหานั้น อย่างกับกำลังถ่ายทำฉากในละคร เพราะเห็นได้จากท่าทางของเจ้าตัวที่ทั้งกอดอก แบะปาก แถมอินเนอร์มาเต็มและดูจริงจังสุด ๆ
นอกจากนี้ หญิง รฐา ยังเผยด้วยว่า เรื่องที่มีคนปลอมอินสตาแกรมนั้น ตนทราบเรื่องตั้งแต่กลางปีที่แล้วแต่ไม่สามารถหาตัวได้แต่บังเอิญผู้ต้องหาได้ใส่แอคเคาท์ไลน์ไว้ จึงมีแฟนคลับแอดไปพูดคุยและผู้ต้องหาได้ให้เบอร์โทรศัพท์มาซึ่งพบว่าตรงกับคดีเก่า ๆ ที่เคยก่อเหตุไว้ ตนจึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.ทองหล่อ หลังจากนั้นสองวันเรื่องก็ไปถึงกองปราบ ประกอบกับมีหมายเรียกตัวอยู่แล้วเพราะว่าคนที่เดือดร้อนเขาไปแจ้งความไว้ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อผู้ก่อเหตุถูกจับก็ถูกประกันตัวเรื่อยมา แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้เสียหายจะยอมความหรือไม่
“หญิงก็ถามว่าทำทำไม ทำหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ เขาบอกว่าต้องการใช้เงิน เราเลยบอกว่าน้องเป็นคนฉลาด เพราะไม่เช่นนั้นคงทำแบบนี้ไม่ได้ ทำไมไม่เอาสมองไปใช้ในเรื่องที่มีประโยชน์กว่านี้ หรือไปทำงานที่สุจริตมากกว่านี้คนอื่นเขากว่าจะหาเงินหมื่นเงินพันมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ชื่อเสียงเราก็เหมือนกัน ถ้าสมมุติมีคนจ้างมาจริง ๆ แล้วเราไม่ได้ไปปรากฏตัวในงานเขาจริง ๆ มันก็เดือดร้อนในการทำงาน มันเกิดขึ้นกับนักแสดงอีกหลาย ๆ ท่าน พี่ไม่ได้โกรธ แต่อยากสอนมากกว่า แต่อยู่ที่บุญเขาว่าเขาจะฟังและปรับหรือเปล่า” ญาญ่าหญิง กล่าว

ชื่อเหมือนกัน! ‘โด้อ้วน’ แย่งซีน รับบัลลงดอร์แทน ‘โด้จิ๋ว’

ชื่อเหมือนกันจะรับรางวัลก็ไม่แปลกสำหรับ “เจ้าโล้นทองคำ” โรนัลโด หลังเอาฮาโพสต์รูปภาพรับรางวัลบัลลงดอร์บนเฟสบุ๊คของตัวเอง เรียกเสียงหัวเราะชอบใจต่อแฟนคลับนับ 10 ล้านคนที่ติดตาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 12 ธ.ค. ว่า “เจ้าโล้นทองคำ” โรนัลโด ตำนานดาวยิงทีมชาติบราซิล เรียกเสียงหัวเราะเปลี่ยนรูปภาพโปรไฟล์บนเฟสบุ๊คส่วนตัวถ่ายคู่กับรางวัลบัลลงดอร์ แย่งซีน คริสเตียโน โรนัลโด ซุปเปอร์สตาร์รุ่นน้อง ที่ถูกประกาศชื่อให้รับรางวัลดังกล่าวในปีนี้

ตำนานแข้งบราซิลและ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด สร้างชื่อเสียงมากมายไม่ว่าจะเป็นการพาทีมชาติบราซิล คว้าแชมป์โลก 2 สมัยในปี 1994 และ 2002 พร้อมกับเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูมากสุดในฟุตบอลโลกตลอดกาล 15 ลูก ส่วนรางวัลส่วนตัวก็ไม่เคยน้อยหน้าเคยคว้าบัลลงดอร์ 2 สมัยในปี 1997 และ 2002

กระทั่ง นิตยสาร ฟรองซ์ ฟุตบอล ประกาศผู้ชนะบัลลงดอร์ 2016 ได้แก่ คริสเตียโน โรนัลโด ทางโล้นทองคำก็เหมือนจะรู้ เปลี่ยนโปรไฟล์เป็นรูปรับรางวัลบัลลงดอร์ด้วย เรียกเสียงหัวเราะชอบใจกับแฟนคลับที่ติดตามถึง 10 ล้านกว่าคนเป็นอย่างมาก

โรนัลโด โพสต์เฟสบุ๊ค

มทภ.4เผยร.10ทรงห่วงผู้ประสบอุทกภัย-มอบถุงยังชีพช่วย

23

แม่ทัพภาคที่ 4 เผย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยมาก – ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กำลังใจชาวนครศรีธรรมราช

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าปฏิบัติการตามแผน ธารน้ำใจ เพื่อพี่น้องชาวใต้ ที่ สถานีอนามัยบ้านห้วยตง ที่ ม.7 บ้านห้วยตง ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พบปะมอบถุงยังชีพให้กำลังใจผู้ประสบภัย ซึ่งในพื้นนี้มีความเสียหายเกิดขึ้นจากภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มเป็นวงกว้างบ้านเรือนประชาชนหลายหลังถูกซัดหายไปกับน้ำป่า และอีกหลายหลังเสียหายจากน้ำป่าอย่างรุนแรง

ด้าน แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยมาก ส่วนนายกรัฐมนตรีก็เตรียมจะลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัย ขณะที่การช่วยเหลือฟื้นฟู กองทัพบกเตรียมชุดทหารช่าง 200 ชุด พร้อมนักศึกษาช่าง ของอาชีวะศึกษา สร้างและซ่อมแซม จะเน้นสร้างบ้านที่เสียหายถูกน้ำพาไป ทั้งหลังก่อน ตามด้วยที่เสียหายบางส่วน สถานที่ราชการ วัด มัสยิด โรงเรียน ซึ่งขณะนี้ผู้บัญชาการทหารบก ได้แจ้งแล้วว่าหากกำลังพลมีไม่เพียงพอในส่วนที่จะเข้าฟื้นฟูนั้นจะส่งกรมการทหารช่างจากจังหวัดราชบุรีเข้ามาช่วยเหลือในพื้นที่ด้วย

ยายศรีสะเกษนั่งวีลแชร์กราบพระบรมศพ

ยายศรีสะเกษนั่งวีลแชร์กราบพระบรมศพ
ยายศรีสะเกษนั่งวีลแชร์กราบพระบรมศพ

ยายศรีสะเกษ นั่งวีลแชร์ เข้ากราบพระบรมศพ ระบุอายุมาก ขาเจ็บ ไม่เป็นอุปสรรค พร้อมเล่าความทรงจำครั้งเฝ้ารับเสด็จ พระองค์ทรงเยี่ยมราษฎร

ประชาชนจำนวนมากเดินแถวเข้าไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อกราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยในช่วงเช้านี้อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ไม่ค่อยร้อนมากนัก ขณะที่ประชาชนอีกจำนวนมาก ยังคงนั่งรอภายในเต็นท์

ด้านศูนย์บริการประชาชนเต็นท์ร่วมด้วยช่วยกัน ยังคงให้บริการประชาชน โดยตลอดทั้งวันมีประชาชเข้าติดต่อสอบถามข้อมูล โดยเฉพาะขั้นตอนการเข้ากราบพระบรมศพ

ด้าน นางแยม ศรีกุล อายุ 83 ปี ชาวบ้านใน อ.เมือง ศรีษะเกษ ซึ่งนั่งวีลแชร์รอเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ กล่าวว่า ได้เหมารถตู้มากับบุตรสาว และญาติพี่น้อง โดยเดินทางออกจาก จ.ศรีษะเกษ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ตอนเวลา 19.00 น. มาถึงพระบรมมหาราชวัง เวลา 05.00 น. กล่าวว่า มีตั้งใจไว้นานแล้วว่าจะอายุมากแล้ว และขาจะเจ็บก็ตาม แต่ก็ไม่นำมาเป็นอุปสรรค เพราะรักพระองค์ท่านมาก วันที่รู้ว่าพระองค์เสด็จสวรรคตก็เสียใจมาก และจนถึงวันนี้ก็คิดถึงพระองค์ท่าน จึงอยากจะเดินทางมา พร้อมกันนี้ นางแยม ยังได้เล่าความประทับใจเมื่อครั้งที่ได้เฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยือนราษฎรในพื้นที่ ซึ่งตนเองได้อุ้มลูกยังเล็กสองคนไว้ที่เอว เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินผ่านตนเองก็ได้ก้มกราบ และรู้สึกว่าทั้งสองไม่ถือพระองค์เลย ซึ่งทุกวันนี้แม้จะผ่านมานาน และลูกจะโตหมดแล้ว แต่ก็ไม่เคยลืมภาพเหตุการณ์ในวันนั้น พร้อมกันนี้ ยังได้น้อมพระราชดำรัสของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง